จ่าทหารปืนโหด พ้นขีดอันตรายแล้ว หลังฆ่าภรรยาตายทั้งกลมกลางห้างแล้วทำปืนลั่นใส่ตัวเองระหว่างหลบหนี

14.10.17 | 17:20 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี มาเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ถึงความคืบหน้าเหตุ จ.ส.อ.พิเชษฏฐ์ ชุ่มบุญชู อายุ 41 ปี นายสิบส่งกำลังบำรุง กองร้อยที่ 2 ร.19 พัน 3 พล ร 9 ค่ายสุรสีห์ จ.กาญจนบุรี ใช้อาวุธปืนออโตเมติกขนาด 9 มม. จ่อยิงนางสิรินพร ชุ่มบุญชู อายุ 40 ปี ภรรยามีบุตรด้วยกัน 3 คน จนเสียชีวิตกลางห้างแมคโครอุดรธานี หลังจากตามง้อคืนดีภรรยา เหตุสามีไปมีภรรยาน้อยไม่สำเร็จ ขณะหลบหนีได้แก้ไขปืนขัดลำกล้อง แต่กลับลั่นถูกหน้าอกตัวเอง รับการรักษาตัวที่ รพ.กรุงเทพอุดร หมอผ่าตัดช่วยชีวิตไว้ได้แล้ว

นายแพทย์อภิรัชต์ ทรัพย์ทองคำ รอง ผอ.โรงพยาบาลกรุงเทพอุดร เปิดเผยว่า หน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลกรุงเทพอุดร ได้ช่วยชีวิต จ.ส.อ.พิเชษฏฐ์ ซึ่งถูกยิงกลางอกในจุดเกิดเหตุ และนำส่งโรงพยาบาลฯในสภาพอาการสาหัส แพทย์ได้นำเข้าผ่าตัดฉุกเฉิน พบว่า จ.ส.อ.พิเชษฏฐ์ ถูกกระสุนปืนเจาะกลางอก 2 นัด ทะลุปอดออกไปด้านหลังทั้ง 2 นัด เนื่องจากถูกยิงในระยะใกล้ หลังจากรับการผ่าตัดปลอดภัยแล้ว แพทย์ให้นอนรักษาตัวที่ห้อง ไอซียู เพื่อรับการดูแลอย่างใกล้ชิด

ทางด้าน พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า ถือเป็นเหตุอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ ก่อเหตุยิงกันภายในห้างสรรพสินค้า มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ขณะนี้ จ.ส.อ.พิเชษฏฐ์ ผู้ก่อเหตุแม้อาการจะพ้นขีดอันตรายแล้ว ยังถือว่าบาดเจ็บสาหัส ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ แม้จะสามารถพูดจาได้บ้าง แต่ยังไม่สามารถให้การได้ จึงยังไม่สามารถแจ้งข้อหา ได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไปเฝ้า โดยญาติร้องขอให้ย้ายผู้บาดเจ็บ มารักษาตัวที่ รพ.ค่ายประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี

พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ได้รวบรวมพยานหลักฐาน สอบสวนปากคำประจักษ์พยาน พยานแวนล้อม ตลอดจนหลักฐานภาพกล้องวงจรปิด เตรียมแจ้งข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรอง พกพาอาวุธปืนไปในชุมชน หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร” ขณะที่ญาติฝ่ายผู้เสียชีวิต ยังไม่ได้เรียกร้องให้ตำรวจ ดำเนินการอย่างไรเป็นพิเศษ คงอยู่ระหว่างทั้งสองฝ่ายคุยกัน เพราะทั้งคู่แต่งงานกันมากกว่า 20 ปี มีบุตรด้วยกันถึง 3 คน ล้วนแล้วแต่โตเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว