บึ้มสนั่นป่วนใต้อีก 3 จุด อส.-ทหารเจ็บ 3 รองแม่ทัพภาค 4 รุดตรวจรพ.เจาะไอร้อง

14.03.16 | 15:40 น.

วันที่ 14 มีนาคม เมื่อเวลา 06.50 น. พ.ต.อ.จิรเดช พระสว่าง ผกก.สภ.ตากใบ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารชุด รปภ.ครู สังกัด ฉก.นราธิวาส 31 บริเวณริมถนนกลางทุ่งนาบ้านจาแบปะ ม.7 ต.เกาะสะท้อน ทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย จึงสั่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบคนร้ายประกอบระเบิดใส่ไว้ในกล่องเหล็ก หนัก 10 กก.จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร โดยมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดตกกระจายเกลื่อน ซึ่งคนร้ายอาศัยจังหวะจุดชนวนระเบิดในขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารกำลังถอนกำลังเดินทางกลับจากภารกิจส่งครู ส่วนเจ้าหน้าที่ทหารที่ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย คือ 1. จ.อ.ไกรศร คูนทรัพย์ และ 2.พลทหารวันเฉลิม ภู่บุญมี  ซึ่งทั้งคู่อาการไม่สาหัสมากนัก เพื่อนทหารได้นำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลตากใบ ส่วนคนร้ายหลังก่อเหตุได้อาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีข้ามฝั่งไปประเทศเพื่อนบ้าน

201603141341233-20130215115946

ต่อมาเมื่อเวลา 08.10 น.ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบนำระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก หนัก 5 กก.จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร ลอบนำไปวางไว้ในเปลที่หน้าบ้านพักของชาวบ้านไม่มีเลขที่ ซึ่งตั้งอยู่หลังสถานีรถไฟโต๊ะเด็ง ม.1 ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี และได้จุดชนวนระเบิดในขณะที่ อส.ใบข้าว เพิ่มพูน อายุ 35 ปี ซึ่งเป็นชุดคุ้มครองตำบลโต๊ะเด็ง ได้เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ หลังจากที่ชาวบ้านได้แจ้ง จนเกิดระเบิดขึ้นทำให้ อส.ใบข้าว ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณหน้าท้องได้รับบาดเจ็บสาหัส เพื่อน อส.ได้นำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลสุไหงปาดี ก่อนที่จะส่งตัวรักษาต่อยังโรงพยาบาลสุไหงโกลก

นอกจากนี้ เมื่อเวลา 09.00 น. ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบนำระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก หนัก 7 กก. จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร ไปวางไว้ที่บริเวณโคนป้ายบอกเส้นทาง และจุดชนวนระเบิดขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุด รปภ.เส้นทาง สภ.เจาะไอร้องผ่าน โดยเหตุเกิดที่บริเวณริมถนนบ้านศาลา ม.4 ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง แต่โชคดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่า เป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี ซึ่งอยู่ในเครือข่ายของนายลุกมาน ลาเต๊ะบือริง แกนนำโจรใต้ที่นำกำลังบุกโรงพยาบาลเจาะไอร้อง ก่อนใช้เป็นที่ตั้งมั่นยิงถล่มฐานทหารพราน 4816 ในช่วงบ่ายของวานนี้ที่ผ่านมา

Advertisement

201603141338233-20130215115946

ขณะที่ เมื่อเวลา 07.40 น. พล.ต.ชินวัฒน์ แม้นเดช รองแม่ทัพภาค 4 และคณะ ได้เดินทางมายังโรงพยาบาลเจาะไอร้อง เพื่อดู 1 ใน 3 สถานที่เกิดเหตุหลังจากคนร้ายแต่งกายด้วยชุดสีดำ และสวมหมวกไหมพรมเป็นไอ้โม่ง ได้นำกำลังประมาณ 40-50 คน พร้อมอาวุธปืนครบมือแฝงตัวบุกจากชายป่าด้านหลังของโรงพยาบาล แล้วยึดอาคารตึก 2 ชั้นของกลุ่มงานเวชศาสตร์ครอบครัวและบริการด้านปฐมภูมิ ซึ่งอยู่ด้านขวามือของโรงพยาบาลเจาะไอร้อง โดยพบร่องรอยของประตูกระจกหน้าต่างชั้น 1 แตก ส่วนชั้นที่ 2 เป็นช่วงระเบียง เจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนสงคราม เอ็ม 60 และอาก้าตกอยู่จำนวนกว่า 500 ปลอก

ต่อจากนั้น พล.ต.ชินวัฒน์ ได้เดินตรวจสอบบ้านพักของแพทย์อีก จำนวน 3 หลัง ที่คนร้ายได้กระจายกำลังกันยึดเป็นที่มั่น ใช้เป็นสถานที่ในการยิงถล่มใส่ฐานปฏิบัติการณ์กองร้อยทหารพรานที่ 4816 ซึ่งเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้คณะยังตรวจสอบที่บริเวณแฟลตชั้น 2 ที่คนร้ายใช้เป็นที่มั่นในการยิงถล่มฐานทหารเช่นกัน โดยยังมีปลอกกระสุนปืนสงครามนานาชนิดตกเกลื่อนพื้น พร้อมทั้งได้ดูเส้นทางที่คนร้ายใช้ป่ารกทึบด้านหลังของโรงพยาบาลในการแฝงตัวเข้าและถอนกำลังออก หลังจากยิงถล่มฐานทหารไม่สำเร็จ

201603141338232-20130215115946

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่คณะจะเดินทางกลับ พล.ต.ชินวัฒน์ได้เข้าประชุมรับทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น รวมทั้งแนวทางในการแก้ไขและปราบปรามกลุ่มโจรใต้ ที่ห้องประชุมที่ว่าการ อ.เจาะไอร้อง และยังได้ถือโอกาสในการเยี่ยมปลอบขวัญพยาบาลและเจ้าหน้าที่ที่พักอยู่บริเวณอาคารแฟลต ซึ่งบางคนมีการลาพักเพื่อเดินทางกลับภูมิลำเนา โดยบอกว่า ขอกลับไปทำใจสักระยะเนื่องจากภาพและเสียงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังติดตา

พ.อ.พสิษฐ์ ชาญเลขา ผบ.กรมทหารพรานที่ 46 ซึ่งเป็นผู้นำคณะเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุต่างๆ ได้รายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมีนายลุกมาน ลาเต๊ะบือริง และนายซือดี ปูเต๊ะ เป็น 2 หัวโจก ที่ควบคุมกำลังมาก่อเหตุในพื้นที่ อ.เจาะไอร้องวานนี้ทั้ง 3 จุด ซึ่งมีแนวร่วมในพื้นที่เป็นคนดูต้นทาง

ส่วนความคืบหน้าเหตุ 4 คนร้าย ขี่และซ้อนท้ายรถ จยย. 2 คัน ใช้อาวุธปืนยิงใส่ที่พักชั่วคราวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หมวดเฉพาะกิจ นปพ.นราธิวาสที่ 31 ซึ่งทำหน้าที่ รปภ.สถานีรถไฟเจาะไอร้องนั้น เจ้าหน้าที่พบภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้บริเวณด้านหลังของสถานีรถไฟไว้ได้ โดยคนร้ายใช้รถ จยย.สีดำทั้ง 2 คัน โดยคนร้ายที่ทำหน้าที่เป็นมือปืน ได้แต่งกายเป็นผู้หญิงคลุมผมด้วยผ้าฮิญาบ โดยเฉพาะมือปืนที่นั่งซ้อนท้ายรถ จยย.คันแรก เป็นคนพิการขาด้านขวา ภาพวงจรปิดสามารถบันทึกไว้ได้ โดยใช้ขาเทียมแบบเหล็กท่อนเดียว