ดีเอสไอจับอุปกรณ์ประดับยนต์ มือถือ-กระเป๋า-นาฬิกาปลอมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท

14.03.16 | 17:58 น.

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกเอกสารแถลงผลจับกุมสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของดีเอสไอในช่วงวันที่ 10-11 มี.ค.ที่ผ่านมา ว่าตามนโยบายการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของดีเอสไอที่เน้นการจับกุมแหล่งผลิต แหล่งเก็บสินค้า แหล่งจำหน่าย และผู้กระทำผิดที่เป็นตัวการรายใหญ่ รวมทั้งการละเมิดบนอินเตอร์เน็ต ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและการค้าการลงทุนของประเทศ ประกอบกับประเทศไทยถูกสำนักงานผู้แทนการค้าของสหรัฐอเมริกาจัดลำดับสถานะการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาให้อยู่ในบัญชีประเทศที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ (PWL) และรัฐบาลมีนโยบายเร่งรัดการดำเนินการให้ไทยหลุดจากบัญชีดังกล่าวนั้น


โดย พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีดีเอสไอ และ พ.อ.พินิจ ตั้งสกุล ผู้บัญชาการสำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญา เป็นผู้ดำเนินการในส่วนดังกล่าว ซึ่งในวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญา ได้นำหมายค้นของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง เข้าตรวจค้นโรงงานผลิต ที่เก็บสินค้า และร้านจำหน่ายสินค้าประเภทอะไหล่และอุปกรณ์ประดับยนต์ปลอมเครื่องหมายการค้ารวม 8 จุด ในพื้นที่ เขตปทุมวัน เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ และที่ จ.ปทุมธานี ผลการตรวจค้นพบอุปกรณ์ประดับยนต์ เช่น กาบบันได กาบเสาประตู พวงกุญแจ ปลอกหุ้มกุญแจ กรอบป้ายทะเบียนปลอมและเลียนเครื่องหมายการค้าเมอร์เซเดสเบนซ์ บีเอ็มดับเบิลยู วอลโว่ และอื่นๆ รวม 4,048 ชิ้น มูลค่าของกลางประมาณ 10 ล้านบาท พร้อมจับกุมผู้ต้องได้ 2 ราย

ต่อมา เมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่นำหมายค้นของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง เข้าทำการตรวจค้นแหล่งจำหน่ายและเก็บสินค้าละเมิดทรัพย์สินทาง 1.ตรวจค้นแหล่งจำหน่ายสินค้าปลอมเครื่องหมายการค้าประเภทโทรศัพท์มือถือย่านศูนย์การค้าอินทราสแควร์ รวม 8 จุด ผลการตรวจค้นพบโทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์โทรศัพท์ เช่น แบตเตอรี่ หูฟัง ลำโพง เพาเวอร์แบงก์ ฯลฯ ปลอมและเลียนเครื่องหมายการค้าซัมซุง แอปเปิล และบีตส์ นอกจากนั้น ยังพบกล้องถ่ายรูปปลอมเครื่องหมายการค้าโซนี่ และนาฬิกาที่ปลอมเครื่องหมายการค้าโรเล็กซ์ แท็คฮอยเออร์ ราโด และอื่นๆ อีกจำนวนมาก รวมทั้งสิ้น 9,428 ชิ้น มูลค่าของกลางประมาณ 5 ล้านบาท จึงยึดไว้เป็นของกลางพร้อมจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังเข้าตรวจค้นแหล่งเก็บสินค้าและจำหน่ายสินค้าปลอมประเภท กระเป๋า ย่าน ถ.สามัคคี และ ถ.พหลโยธิน อีก 2 จุด สามารถตรวจยึดกระเป๋าถือ กระเป๋าสตางค์ ต่างหู เข็มกลัด และรองเท้า ยี่ห้อดังหลายรายการ รวม 2,005 ชิ้น มูลค่าของกลางประมาณ 5 ล้านบาท และจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย ทั้งนี้ สินค้าดังกล่าว นอกจากจะวางจำหน่ายยังหน้าร้านแล้ว ยังจำหน่ายผ่านทางสื่อออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และไลน์ อีกด้วย โดยใช้ชื่อของตนเองและผู้อื่นเพื่อการค้า

Advertisement

เจ้าหน้าที่จึงยึดไว้เป็นของกลางและนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปดำเนินคดีในข้อหาปลอมและเลียนเครื่องหมายการค้า และมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมและเลียนเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่จดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักร ตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534