ระทึก! อดีตนช.เมายา คลั่งถูกหักหลัง จี้สาวเสริมสวย เป็นตัวประกัน ยิงสู้ตร.โดนสวนสาหัส(คลิป)

29.10.17 | 14:00 น.

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 29 ตุลาคม ที่ร้านเสริมสวย “สุปาวี” เลขที่ 185/15 ถนนพระรามหก ซอย 15 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน ได้รับแจ้งมีเหตุคนร้ายทราบชื่อต่อมา นายเอกลักษณ์ หรือเอก ประดาอินทร์ ฉายาเอกน้ำเต้า อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16/14 ซอยสุนทรพิมล แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กทม.จับตัวประกันไว้ในร้านและมีเสียงอาวุธปืน ทราบว่ามีตัวประกันเป็นผู้หญิงอยู่ในร้าน

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน ได้เข้าเกลี้ยกล่อมนายเอกลักษณ์ที่สวมเสื้อแขนยาวสีเทา กางเกงยีนส์ ที่ใช้อาวุธปืนบุกเข้าไปจับตัวประกัน เป็นหญิง 1 คน ภายในร้านสุปาวี ซึ่งเป็นร้านเสริมสวยในอาคารพาณิชย์ซึ่งปลูกติดกันหลายคูหา ภายในซอยวัดบรมนิวาส ถนนพระราม 1 แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน

ตำรวจพยายามเกลี้ยกล่อมคนร้ายให้วางอาวุธ แต่คนร้ายไม่ยอมและยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมตะโกนบอกว่าจะยอมถูกวิสามัญ ทำให้ตำรวจต้องยิงสกัดใส่คนร้าย ที่ลำตัว 2 นัด และที่ขา 2 นัด ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนที่ตำรวจจะเข้าควบคุมตัวคนร้ายไว้ได้และนำส่งโรงพยาบาลหัวเฉียว โดยยังไม่มีรายงานอาการเพิ่มเติมของคนร้าย

 

Advertisement

ด้านชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า คนร้ายอายุประมาณ 20-30 ปี มีอาการคล้ายคนเมายา บุกเข้าไปในร้านพร้อมอาวุธปืน แต่ก็ได้ปล่อยตัวประกัน 3 คนออกมาก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน จะมาถึงที่เกิดเหตุ โดยขอเคลียร์ปัญหากับหญิงคนหนึ่งที่มาทำผมภายในร้านเพียงคนเดียว เนื่องจากมีความขัดแย้งกันเรื่องส่วนตัวและคนร้ายพูดถึงเรื่องยาเสพติด ทำนองว่าถูกหักหลัง ไม่ได้รับความเป็นธรรม ก่อนจะมีการยิงต่อสู้กับตำรวจ จนถูกยิงในที่สุด

เบื้องต้นตำรวจได้เชิญตัวหญิงสาวไม่ทรายชื่อ ที่มีปัญหาส่วนตัวกับคนร้ายไปสอบปากคำเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์ครั้งนี้ รวมถึงขยายผลจับกุมเครือข่ายยาเสพติดที่คนร้ายให้การซัดทอดขณะจับตัวประกันอยู่ภายในร้ายต่อไป

ด้านพ.ต.อ.ภพธร จิตต์หมั่น ผกก.สน.ปทุมวัน เปิดเผยว่า คนร้ายมีอาการเมายาเสพติดจนเกิดอาการคลุ้มคลั่ง ประกอบกับไม่ได้นอนมาหลายวัน จึงตัดสินใจก่อเหตุ ขึ้นส่วนหญิงสาวตัวประกันที่พูดคุยกับคนร้ายนั้นก็ไม่ได้รู้จักกันมาก่อน ซึ่งจากการซักถามตัวประกันได้การว่า พูดคุยกับคนร้ายว่าก่อเหตุ เนื่องจากสาเหตุใดจนทราบภายหลังว่าขายยาบ้ากว่า 200 เม็ด และยาไอซ์อีกจำนวนหนึ่งแต่ถูกเพื่อนหักหลัง ทำให้เกิดความเครียดและคลุ้มคลั่ง โดยขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้แน่ชัด ต้องรอสอบปากคำหญิงสาวที่พูดคุยกับคนร้ายอีกครั้ง รวมทั้งสอบปากคำคนร้ายเพื่อสรุปหาสาเหตุของการก่อเหตุที่แท้จริงต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อปี 2547 ที่ผ่านมา นายเอกลักษณ์ ถูกดำเนินคดีในข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา ในพื้นที่สน.พญาไท ถูกตัดสินจำคุก 25 ปี 9 เดือน เมื่อพ้นโทษออกมาถูกดำเนินคดีในข้อหาจำหน่ายยาเสพติด พื้นที่สน.บางรัก ถูกตัดสินจำคุก 1 ปี 8 เดือน เมื่อพ้นโทษได้ 6 เดือน จึงมาก่อเหตุในครั้งนี้

พ.ต.อ.ภพธร กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน เตรียมแจ้งข้อกล่าวหากับนายเอกลักษณ์ หรือเอก 7 ข้อหาคือ 1.พยายามฆ่าเจ้าพนักงาน 2.กักขังหน่วงเหนี่ยวผู้อื่น 3.ทำให้เสียทรัพย์ 4.มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 5.พกพาอาวุธปืนไปในหมู่บ้าน ที่ ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร 6.ยิงหรือใช้อาวุธปืนโดยไม่มีเหตุอันควร 7.ต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงาน อย่างไรก็ตามต้องรอให้ผู้ต้องหาออกจากโรงพยาบาลก่อนจะควบคุมตัวมาสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งจากคลิปเหตุการณ์ที่มีคนถ่ายไว้ต้องขอชื่นชมผู้ใต้บังคับบัญชาที่ปฏิบัติหน้าที่กันอย่างมีระเบียบตามยุทธวิธีการเข้าสกัดจับคนร้าย ทำให้ไม่มีประชาชนที่อยู่ในละแวกดังกล่าวได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต