เมื่อวันที่ 20 มกราคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนธร ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) กล่าวถึงมาตรการตรวจสอบชาวต่างชาติเดินทางเข้าออกประเทศไทยหลังเกิดเหตุคนร้ายก่อเหตุระเบิดและกราดยิงในกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ในวันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมาว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้เฝ้าระวังสถานการณ์รอบโลกอยู่แล้ว โดยหลังเกิดเหตุได้มีการแจ้งเตือนไปยังจุดเข้าออกประเทศทุกจุดให้เพิ่มความเข้มงวดให้การคัดกรองบุคคลเข้าออกประเทศ โดยเฉพาะในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านได้มีการเกิดเหตุก่อการร้ายในต่างประเทศ โดยเมื่อวันที่ 19 มกราคม ที่ผ่านมา สตม.ได้เปิดทีมสุวรรณภูมิขึ้นโดยการบูรณาการร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อให้ความรู้เจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการตรวจสอบหนังสือเดินทางปลอม เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางให้การคัดกรองบุคคลเข้าประเทศ ทั้งยังมีการยกระดับศูนย์ต่อต้านหนังสือเดินทางปลอม เพื่อความมั่งคงและปลอดภัยของอาเซียน โดยเจ้าหน้าที่มีความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะจากหลายประเทศเช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส และเยอรมนี ให้ความรู้แก่เจ้าหน้าทื่
ผบช.สตม.กล่าวว่า การข่าวขณะนี้ยังไม่มีความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อการร้ายที่ผ่านเข้ามาในประเทศไทย ล่าสุด ทางตุรกีก็ได้ส่งข้อมูลรายชื่อของคนร้ายมาให้ เพื่อนำรายชื่อมาตรวจสอบกับฐานข้อมูลที่มีว่าเคยมีประวัติเดินทางมาในประเทศไทยหรือไม่ และทำแบล๊กลิสต์เพื่อตรวจสอบต่อไป ส่วนการตรวจสอบชายแดนธรรมชาติซึ่งเป็นจุดที่สามารถตรวจสอบได้ยากนั้น เจ้าหน้าที่จะใช้วิธีการกดดันให้ผู้กระทำผิดอยู่ไม่ได้ด้วยการปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อกวาดล้างอย่างจริงจัง จนออกต้องออกนอกประเทศไปเองในที่สุด พร้อมทั้งยังเตรียมบังคับใช้กฎหมายใหม่ ในการควบคุมชาวต่างชาติที่เดินทางมาอาศัยอยู่ในประเทศไทยเกินที่ได้รับอนุญาตโดยจะเพิ่มโทษจากเดิมที่มีเพียงค่าปรับจำนวน 20,000 บาท ให้มีบทลงโทษในส่วนของการสั่งห้ามเดินทางเข้าประเทศด้วย
ด้าน พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา ที่ปรึกษา (สบ 10) ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีที่ทางการมาเลเซีย ได้มีการจับกุมผู้ต้องสงสัย 4 ราย ที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อการร้ายไอเอส ว่า ไทยก็ได้ข้อมูลของผู้ต้องสงสัยทั้ง 4 รายแล้ว เบื้องต้นไม่เกี่ยวกับเหตุการณ์ความรุนแรงในประเทศไทย และไม่เกี่ยวกับกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ ส่วนจะเกี่ยวกับเหตุระเบิดที่อินโดนีเซียหรือไม่นั้น เป็นเรื่องภายนอกประเทศ โดยยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่พบขบวนการไอเอสในประเทศไทย
ด้าน พล.ต.ต. ทรงพล วัธนะชัย ผบก.น.6 ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ทางการไทยได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับทางการมาเลเซียมาตลอด ซึ่งกองบัญชาการตำรวจนครบาลได้มีการประชุมประชาคมข่าวในทุกสัปดาห์ ในเรื่องการข่าว และได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจสันติบาล เพื่อตรวจสอบแหล่งชุมชน อพาร์ตเมนต์ ห้องเช่า ที่พักอาศัยของชาวต่างชาติ หลังเกิดเหตุการณ์ระเบิดที่แยกราชประสงค์และผู้ต้องหาได้มีการหลบซ่อนในอพาร์ตเมนต์ ห้องเช่า เพื่อประเมินและติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เบื้องต้นจากการลงพื้นที่ตรวจสอบดังกล่าว ยังไม่พบสิ่งผิดปกติ

