เมื่อวันที่ 16 มีนาคม ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รอง ผบช.ก. รรท.ผบก.ป. แถลงจับกุม นางเดือนเพ็ญ ศรีวิเชียร อายุ 49 ปี ชาวสมุทรปราการ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลงวันที่ 22 กรกฎาคม 2558 ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นผู้อื่นและอาศัยความอ่อนแอแห่งจิตใจของผู้ถูกหลอกลวง จับกุมได้ที่บ้านพักของผู้ต้องหา
พล.ต.ต.ชาญ กล่าวว่า การจับกุมดังกล่าวเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2558 ผู้ต้องหาได้ร่วมกับพวก หลอกลวงนายโอภาส จิตตคาม อายุ 64 ปี ผู้เสียหายซึ่งเป็นเกษตรกรในพื้นที่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา โดยทำทีเข้ามาติดต่อขอซื้อวัวฮินดูบราซิล 3 ตัว แต่ยังไม่ทันได้จ่ายเงินก็จะชักชวนผู้เสียหายติดรถพาออกไปตระเวนหาซื้อวัวเพิ่มเติม ระหว่างนั้นก็ออกอุบายว่าพบที่นา ซึ่งมีทำเลดี น่าซื้อไว้เก็งกำไรในราคา 1,300,000 บาท จากนั้นได้ให้ผู้ร่วมกระทำผิดอีกราย ทำทีเป็นเจ้าของที่นา โทรศัพท์ติดต่อหานายทุน แล้วแสร้งระบุว่าพบที่ดินสวยตกลงจะซื้อในราคา 2 ล้านบาท โดยคนร้ายจะอ้างว่ามีเงินสดไม่พอ ต้องการหาคนร่วมลงทุน จึงเริ่มหว่านล้อมผู้เสียหายเสนอว่าจะให้ผลกำไรตอบแทน 300,000 บาท
พล.ต.ต.ชาญ กล่าวต่อว่า เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อ กลุ่มคนร้ายก็จะพาตัวไปเบิกเงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) สาขาบางไทร เป็นจำนวน 700,000 บาท แล้วพาเดินทางยังที่ดินซึ่งอ้างว่าจะทำการซื้อขาย ก่อนจะรับเอาเงินจากผู้เสียหายมา แต่ระหว่างที่เหยื่อลงจากรถ ทั้งหมดก็จะพากันขึ้นรถ กว่าที่ผู้เสียหายจะรู้ตัวว่าถูกหลอกลวงนั้น กลุ่มคนร้ายทั้งหมดก็หลบหนีไปแล้ว ภายหลังเกิดเหตุทางผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีไว้ กระทั่งชุดสืบสวน กก.2 บก.ป.สืบทราบว่าผู้ต้องหารายนี้หลบหนีไปอาศัยอยู่ที่บ้านพักในพื้นที่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ จึงวางแผนเข้าติดตามจับกุมตัวไว้ได้
สอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่า ได้ร่วมกับพวกออกอุบายหลอกลวงผู้เสียหายจริง แต่ก็จะกระทำกับรายที่มีความโลภอยากได้เงินเท่านั้น ส่วนรายอื่นที่ไม่ได้หลงเชื่อตนก็ไม่ได้หลอกลวงอะไรต่อไปอีก ทั้งนี้ จากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาพบว่ายังมีหมายจับติดตัวอยู่อีก 3 หมาย ประกอบด้วย หมายจับศาลจังหวัดจันทบุรี ที่ 487/2556 , 191/2557 และ 303/2557 ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ โดยลงมือก่อเหตุลักษณะเดียวกันนี้ในพื้นที่ อ.ท่าใหม่ , อ.ขลุง และ อ.เมือง จ.จันทบุรี รวมมูลค่าเสียหายกว่า 2 ล้านบาท ซึ่งชุดจับกุมได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา รับไว้ดำเนินคดีและขยายผลติดตามจับกุมผู้ร่วมกระทำผิดที่เหลือมาดำเนินคดีต่อไป

