เมื่อวันที่ 17 มีนาคม ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ที่ปรึกษา สบ10 พล.ต.ท.เดชา ช่วยบุญชุม ผู้ช่วย ผบ.ตร.พล.ต.ท.ทวิชชาติ พละศักดิ์ ผบช.ภ.3 พล.ต.ต.ธเนษฐ สุนทรสุข รอง ผบช.ภ.3 พล.ต.ต.พงษ์ฤทธิ์ บุญเลี้ยง ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ และ พล.ต.ต.เฉลิม สุวรรณรัตน์โอสถ ผบก.สส.ภ.3 แถลงความคืบหน้าคดีฆ่านายลี แจ ฮุน อายุ 23 ปี นักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ พื้นที่ สภ.หัวทะเล จ.ชัยภูมิ เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม2558

ต่อมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ มอบหมายให้ พล.ต.อ.หาญพล และ พล.ต.ท.เดชา ระดมทีมสืบสวนสอบสวนทั้งกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3 สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กองบังคับการปราบปราม กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ และ สำนักงานพิสูจน์หลักฐาน โดยมี กองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้ประสานงานการสืบสวนข้อมูลของผู้ตายในประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากทีมงานตำรวจเกาหลีใต้เป็นอย่างดี
รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า จากการสืบสวนพบว่าผู้ตายไม่เคยเดินทางมาประเทศไทย ไม่มีเพื่อนหรือญาติที่เมืองไทย พูดภาษาไทยไม่ได้ แต่ถูกกลุ่มคนร้ายซึ่งมีการวางแผนอย่างดี หลอกลวงชักชวนผู้ตายเดินทางมาประเทศไทยเพื่อลงมือฆ่า ชุดสืบสวนสอบสวนค้นหาพยานหลักฐาน ประมาณ 2 เดือน จึงได้พยานหลักฐานในคดีนี้ว่า กลุ่มคนร้ายมีผู้ร่วมขบวนการ 4 คน เป็นการกระทำร่วมกันวางแผน แบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจน คือ นายปาร์ค จุง ฮี และ นางสาวโช อึน โซรี ซึ่งเป็นชาวเกาหลีใต้ มีหน้าที่วางแผนหลอกหลวงให้ผู้ตายทำประกันชีวิตที่ประเทศเกาหลีใต้ 300 ล้านวอน หรือ 10 ล้านบาท จัดซื้อตั๋วเดินทางให้ผู้ตายเดินทางมาประเทศไทย เพื่อให้นายปาร์ค ชาง จู และ นายคิม โชย ยอง ซึ่งอาศัยอยู่ในประเทศไทยอยู่แล้ว รับผู้ตาย และวางแผนลงมือฆ่า แล้วนำศพไปทิ้งในที่เกิดเหตุ เพื่อหวังเงินประกันชีวิตของผู้ตาย มี นางสาวโช อึน โซรี เป็นผู้ได้รับผลประโยชน์
รอง ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า คดีนี้จึงมีการกระทำความผิดทั้งในและนอกราชอาณาจักรไทย ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 20 การกระทำความผิดซึ่งมีโทษตามกฎหมายไทย ได้กระทำลงนอกราชอาณาจักรไทย ให้อัยการสูงสุด หรือ ผู้รักษาราชการแทน เป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ ซึ่งอัยการสูงสุดมีคำสั่งมอบหมายให้พนักงานสอบสวนของจังหวัดชัยภูมิ และพนักงานอัยการจังหวัดชัยภูมิ ร่วมกันทำการสอบสวน โดยมี ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ เป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ
รอง ผบ.ตร.กล่าวอีกว่า คณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ได้รวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งพยานบุคคล พยานเอกสาร พยานวัตถุ กล้องวงจรปิด ข้อมูลการติดต่อสื่อสาร และข้อมูลพยานหลักฐานของตำรวจเกาหลีใต้ มีความเชื่อมโยงทางคดี เชื่อได้ว่ากลุ่มผู้ต้องหาได้กระทำความผิดจริง โดยมีประเด็นสาเหตุการฆ่าเพื่อหวังผลประโยชน์จากเงินประกันของผู้ตาย จึงได้ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดชัยภูมิเพื่อขออนุมัติออกหมายจับ ต่อมาศาลจังหวัดชัยภูมิได้อนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหา จำนวน 4 คน
1.นายปาร์ค จุง ฮี หมายจับที่ 76/2559 ลงวันที่ 16 มี.ค.59
2.นางสาว โช อึน โซรี หมายจับที่ 75/2559 ลงวันที่ 16 มี.ค.59
3.นายปาร์ค ชาง จู หมายจับที่ 73/2559 ลงวันที่ 16 มี.ค.59
4.นายคิม โซย ยอง หมายจับที่ 74/2559 ลงวันที่ 16 มี.ค.59
ในความผิดฐาน ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตรตรองไว้ก่อน และซ่อนเร้น ย้ายศพ เพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย (ป.อาญา ม.289 (4), 199 ประกอบมาตรา 83 โทษสูงสุด คือ ประหารชีวิต
รองผบ.ตร.กล่าวด้วยว่า ผู้ต้องหาทั้ง 4 คน เป็นบุคคลสัญชาติเกาหลีใต้ หลังเกิดเหตุได้หลบหนีกลับไปประเทศเกาหลีใต้แล้ว ได้มีการประสานงานตำรวจเกาหลีใต้ ผ่านกองการต่างประเทศ ร่วมสืบสวนแล้วน่าเชื่อว่าได้กระทำความผิดจริง จึงยื่นเรื่องให้อัยการสูงสุดของเกาหลีใต้ มีคำสั่งห้ามบุคคลทั้ง 4 เดินทางออกนอกประเทศเกาหลีใต้ จนถึงวันที่ 12 มีนาคม 2559
รอง ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า การดำเนินการหลังจากนี้ คณะพนักงานสอบสวนที่ได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุด จะสรุปสำนวนการสอบสวนมีความเห็นเสนออัยการสูงสุดพิจารณา พร้อมขอให้มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ตามสนธิสัญญาว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐเกาหลีต่อไป เนื่องจากคดีนี้ยังไม่ได้ตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี ซึ่งยังต้องดำเนินการต่อไป จึงไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด ขั้นตอน และวิธีการสืบสวน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกระบวนการสืบสวนสอบสวนและรูปคดีได้

