สาวโคราชถูกหลอกให้ลงสินค้าในมินิมาร์ท โดนเชิดเงินหนีหายเกือบ 9 หมื่นบาท

17.03.16 | 17:10 น.

วันนี้ 17 มีนาคม เมื่อเวลาประมาณ 13.30 น. ร.ต.อ.สุชาติ ซ้อนพุทรา ร้อยเวรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรโพธิ์กลาง ได้รับแจ้งจากประชาชนว่ามีชาวบ้านถูกกลุ่มคนร้ายเข้ามาหลอกให้ซื้อสินค้า ก่อนเชิดเงินสดหลบหนีไป เหตุเกิดที่ร้านมินิมาร์ทไม่มีชื่อ ใน ม.4 ต.สุรนารี อ.เมืองนครราชสีมา หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบ พบว่าร้านดังกล่าวเป็นร้านขายของชำในหมู่บ้าน พบผู้เสียหายคือ น.ส.กานพลู กรโคกกรวด อายุ 24 ปี เจ้าของร้านยืนรอให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

จากการสอบถาม น.ส.กานพลู ทราบว่า ตนเพิ่งลาออกจากงาน โดยที่ผ่านมา สามารถเก็บออมเงินสดไว้เป็นจำนวน 1 แสนบาท โดยตั้งใจนำเงินที่เก็บไว้มาเปิดร้านมินิมาร์ท ขายสินค้าให้กับชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง ซึ่งก่อนหน้านี้ เมื่อประมาณวันที่ 3 มีนาคม ที่ผ่านมา ขณะที่ตนกำลังเตรียมจัดสินค้าภายในร้าน เพื่อที่จะเปิดร้านในวันที่ 11 มีนาคม ได้มีกลุ่มคนร้าย ซึ่งมีด้วยกัน 4 คน เป็นชาย 3 คน และหญิง 1 คน ได้ขับรถกระบะมิตซูบิชิ ตอนเดียว ไม่ทราบรุ่น และหมายเลขทะเบียน สีขาว ขับมาจอดบริเวณหน้าร้าน โดยอ้างว่าเป็นเอเยนต์ค้าส่งของบริษัทแห่งหนึ่ง มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงเทพฯ มาแนะนำสินค้าที่จะขายในร้านหลายรายการ โดยหลอกล่อว่าถ้าซื้อสินค้าเป็นจำนวนเงินเกินกว่า 1 แสนบาท จะมีของแถมให้หลายอย่างอาทิ ตู้แช่เย็น รวมถึงป้ายร้าน

ตอนแรกตนก็ยังไม่มั่นใจ แต่ถูกกลุ่มคนร้ายเข้ามากดดันและพยายามหลอกล่อให้ซื้อสินค้าตลอดเวลา ด้วยความรำคาญตนจึงตัดสินใจสั่งซื้อสินค้าไปจำนวนมาก รวมเป็นเงินเกือบ 90,000 บาท โดยคนร้ายได้นำสินค้าลงจากรถกระบะมาให้ แต่บอกว่าสินค้าที่สั่งบางรายการหมดจะนำมาให้อีกครั้ง โดยมีการออกใบเสร็จรับเงิน และมีที่อยู่ของร้านค้าส่ง ตนจึงเชื่อใจ ยอมจ่ายเงินสดทั้งหมดไป ก่อนที่คนร้ายจะขับรถกลับไป หลังจากนั้น ตนก็ยังเฝ้ารอกลุ่มคนร้ายว่าจะมาส่งสินค้าเมื่อไร จนกระทั่งเวลาผ่านไปนานเกือบสัปดาห์ ยังไม่มาส่งสินค้าตามที่นัดกันไว้ ตนมั่นใจว่าถูกหลอกแล้ว จึงเข้าแจ้งความเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวคนร้ายกลุ่มนี้มาดำเนินคดี

ด้าน พ.ต.อ.อัทธชนม์ ช่วงงาม ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรโพธิ์กลาง กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ตนได้สั่งการให้ชุดสืบสวน ลงพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในละแวกใกล้เคียง เพื่อเร่งติดตามตัวคนร้ายกลุ่มนี้แล้ว ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลตามชื่อบริษัทที่คนร้ายอ้างมีอยู่จริง แต่ไม่ใช่ที่อยู่ตามที่อ้าง รวมถึงหมายเลขโทรศัพท์ที่คนร้ายให้ไว้ ขณะนี้ก็ไม่สามารถติดต่อได้ คาดว่าน่าจะปิดเบอร์ทิ้งไปแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ชุดสืบสวนพอจะทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว 2 ราย คือ นายวิรัช แซ่ตั้น อายุ 75 ปี และนายบุญโชค แซ่ตั้น อายุ 29 ปี 2 พ่อลูก ซึ่งเป็นชาว จ.ชลบุรี โดยมั่นใจว่าจะสามารถติดตามตัวคนร้ายกลุ่มนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายได้อย่างแน่นอน