จากกรณีลูกเรือชาวไทยถูกหลอกลงเรือประมง และทิ้งบนเกาะของประเทศอินโดนีเซีย ส่วนหนึ่งได้กลับบ้าน แต่ยังมีบางคนตกค้างเนื่องจากมีปัญหาด้านหลักฐานบุคคล โดยเฉพาะ 2 ลูกเรือที่ยังตกค้าง พิสูจน์พบว่าสามารถอ่านออกเขียนภาษาไทยได้ แต่ยังขาดทางญาติที่จะยืนยันสถานะ คือ 1.นายเล็ก อายุ 40 ปี มีอาการออทิสติก หายออกจากบ้านตั้งแต่อายุ 10 – 12 ปี (ปี 2525 -2530) ภูมิลำเนาเดิมอยู่ย่านราชวัตร เขตดุสิต กรุงเทพฯ อ่านภาษาไทยได้ แต่มีปัญหาด้านความจำ ถูกปล่อยให้เป็นบุคคลเร่ร่อนบนเกาะซัมลัคกี้ และ 2. นายปลา อายุ 30 ปี หายออกจากบ้านตั้งแต่อายุ 10-12 ปี (ปี 2535-2540) ภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่ อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร อยู่ที่เกาะตวน อินโดนีเซีย ได้ 15–20 ปี สามารถสื่อสารภาษาไทยได้ แต่มีปัญหาด้านข้อมูลพื้นฐานและเอกสารมีน้อยมาก เนื่องจากตอนแรกเกิดครอบครัวแยกทางกันทำให้ไม่มีใบเกิด และจากคำบอกเล่าด้านหน่วยงานได้ลงไปตรวจสอบพื้นที่ในไทย แต่ได้รับการยืนยันว่าไม่ใช่ญาติ

ล่าสุดเมื่อเวลา 15.40 น.วันที่ 17 มีนาคม ที่สนามบินดอนเมือง ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันนี้นายเล็กหรือนายกรกิจ ช้างทอง อายุ 43 ปี จะเดินทางกลับมาถึงประเทศไทย โดยสายการบินที่ QZ 256 สายการบินแอร์เอเชีย โดยมีนายปรีชา ช้างทอง อายุ 42 ปี นางประจักษ์ ช้างทอง น้องชายและมารดานายเล็ก รวมทั้งนายสมัคร ทัพธานี หัวหน้าหน่วยคุ้มครองสิทธิและป้องกันการค้ามนุษย์ มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงานมารอรับ
โดยนายปรีชา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 7 มีนาคม เป็นภาพพี่ชายในหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง จึงติดต่อไปยังมูลนิธิกระจกเงา โดยพี่ชายหายตัวไปนานกว่า 12 ปี ปกติไม่มีครอบครัวและไม่มีงานทำเป็นหลักเป็นแหล่ง จนกระทั่งทางครอบครัวทำใจแล้วว่านายเล็กเสียชีวิตไปแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่นางประจักษ์เห็นนายเล็กได้ร้องไห้และเข้าไปจับมือ โดยยืนยันทั้งน้ำตาว่า นายเล้กหรือนายกรกิจ ช้างทอง อายุ 43 ปี เป็นลูกชายของตนจริง ขณะที่อาการของนายเล็ก มีสภาพอิดโรย ไม่พูดอะไรเลย ได้แต่พยักหน้า รวมทั้งทำท่าตะเบ๊ะทักทายน้องชายด้วย
ด้านนายสมัคร กล่าวว่า ตนและทีมงานเจอลูกเรือประมงทั้ง 2 คนที่ประเทศอินโดนีเซีย เกาะซัมลักกี้ ตั้งแต่วันที่13 ธันวาคม 2558 ทั้ง 2 คนสามารถพูดภาษาไทย และอ่านภาษาไทยได้อย่างดี หลังจากนั้นตนได้กลับมาที่ประเทศไทยเพื่อทำเรื่องนำทั้ง 2 คนกลับประเทศไทย โดยยังไม่รู้เลยว่ามีภูมิลำเนาอยู่ที่ใด และมีญาติหรือเปล่า แต่ระหว่างดำเนินการหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งได้ลงข่าวตามหาญาติให้ ในวันที่ 7 มีนาคม 2559 ทำให้ตามหาญาติได้ในที่สุด ในส่วนของนายปลา อยู่ระหว่างดำเนินการ หลังจากนี้ตนและทีมงานจะพานายเล็กไปที่กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) ที่ศูนย์ราชการ เพื่อทำการสัมภาษณ์และคัดแยกผู้เสียหายร่วมกับเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาและความมั่นคงของมนุษย์ และจะมีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานมาคอยให้คำปรึกษาและสอบข้อมูล รวมทั้งเข้ามาช่วยเหลือและเยียวยานายเล็กอย่างเต็มที่ ก่อนส่งให้กับครอบครัวต่อไป

