สุ่มตรวจฟาร์มหมูนครปฐม พบสารเร่งเนื้อแดง อายัด1หมื่นตัว ห้ามจำหน่าย คุม42ต่างด้าว

17.03.16 | 18:30 น.

เมื่อเวลา 10.30 น วันที่17 มีนาคม พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธ์ม่วง ผกก.5บก.ป. พ.ต.ท.พารินท จันทร์เลิศ รองผกก.5 พ.ต.ท.ต่อวงศ์ พิทักษ์โกศล พ.ต.ท.เหมจักร บุนนาค สว.กก.5 น.สพ.สมชวน รัตนมังคลานนท์ ผอ.สำนักพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์ และ น.สพ.สรยุทธ สีขาว นายสัตว์แพทย์ชำนาญการพิเศษ กรมปศุสัตว์ สนธิกำลังตำรวจ ทหารและเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ กว่า 130 นาย บุกตรวจค้นโรงงานผลิตอาหารสัตว์ ฟาร์มสัตว์ที่ลักลอบใช้สารเร่งเนื้อแดง ในพื้นที่ จ.นครปฐม


ฟาร์ม4

โดยจุดแรก เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 125/1 หมู่ 11 ต.ทับยายท้าว อ.เมือง จ.นครปฐม เป็นบ้านเดี่ยว 2ชั้น มีรั้วรอบขอบชิด ตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 5 ไร่ ด้านหน้าปลูกเป็นบ้านพักอาศัย ด้านหลังเป็นโกดังขนาดใหญ่ มีนางลมูล อินทวงษ์ อายุ80 ปี รับเป็นเจ้าของบ้าน จากการตรวจค้นไม่พบยาเร่งเนื้อแดง แต่พบมันสำปะหลังอัดเม็ด เป็นส่วนผสมในอาหารสัตว์จำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงเก็บตัวอย่างไปการตรวจสอบหาสารดังกล่าว

จุดที่สอง เข้าตรวจค้น โรงงาน เอ บี เจ ฟาร์ม เลขที่ 140 หมู่ 1 ต.หนองดินแดง อ.เมือง จ.นครปฐม เป็นฟาร์มเลี้ยงสุกรขนาดใหญ่ บนพื้นที่5ไร่ มีรั้วรอบขอบชิด มีสุกรอยู่ในฟาร์มเกือบ 10,000 ตัว และมีคนงานอยู่ภายในฟาร์มกว่า 50 คน ส่วนใหญ่เป็นคนงานต่างด้าวเกือบทั้งหมด มีนางกุศล ศรีสุขวัฒน์ อายุ 59 ปี แสดงตนเป็นเจ้าของ เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบเอกสารใบอนุญาตการเข้าเมืองและใบอนุญาตการทำงาน พบว่ามีพนักงาน 42 คน กระทำผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.แรงงานต่างด้าว เป็นางด้าวที่หลบหนีและเข้าเมืองโดยไม่มีใบอนุญาต27 คน ต่างด้าวทำงานโดยไม่มีอนุญาต 2 คน ต่างด้าวอายุต่ำกว่า 18 ปี 5 คน ต่างด้าวอายุต่ำกว่า15ปี 1 คน และต่างด้าวมีใบอนุญาตทำงานแต่โดยผิดเงื่อนไขนอกพื้นที่ไม่ตรงตามที่ระบุ 8 คน อีกทั้งจากการตรวจปัสสาวะของสุกรพบว่ามีสารเร่งเนื้อแดงปนเปื้อนอยู่เกินกว่าที่กำหนด เจ้าหน้าที่จึงอายัดสุกรทั้งหมดไว้เพื่อป้องกันการลักลอบออกจำหน่าย นอกจากนี้ได้ขยายผลเข้าตรวจค้นโรงงานผลิตอาหารสัตว์ ตั้งอยู่เลขที่ 122 ถนนไร่เกาะต้นสำโรง ต.พระประโทน อ.เมือง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจอาหารในโรงผลิตเพื่อหาสารเร่งเนื้อแดง

Advertisement

ด้านพ.ต.อ.ภูมินทร์ กล่าวว่า การตรวจค้นเป็นการบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และกรมปศุสัตว์ ในการตรวจสอบโรงงานผลิตอาหาร ฟาร์มสัตว์ เพื่อเป็นการป้องกันและป้องปรามไม่ให้เนื้อสัตว์เข้าไปสู่ผู้บริโภค จากการตรวจค้นพบการกระทำความผิดตามพ.ร.บ.แรงงานต่างด้าว จึงแจ้ง 3 ข้อกล่าวหาแก่นางกุศล เจ้าของโรงงานฐานกระทำความผิด 1.เป็นนายจ้างรับบุคคลงานต่างด้าวซึ่งหลบหนีเข้าราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย 2.เป็นนายจ้างรับบุคคลต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานเข้าทำงาน และ3.เป็นนายจ้างรับบุคคลต่างด้าวที่อายุต่ำกว่า 12 ปี เป็นลูกจ้าง นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม ดำเนินคดีต่อไป

น.สพ.สรยุทธ กล่าวว่า สารเร่งเนื้อแดงส่วนใหญ่จะนิยมใช้สาร ซาลบูทามอล (Salbutamol) และเคลนบิวเทอรอล (Clenbuterol) จัดเป็นสารเคมีในกลุ่มเบต้าอะโกนิสต์ (b-Agonist) ใช้มากในวงการผลิตยาบรรเทาโรคหอบ หืด มีจุดเด่นช่วยขยายหลอดลม และช่วยให้กล้ามเนื้อขยายตัว คุณสมบัติเหล่านี้ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงหมูและวัวมีการลักลอบนำสารเร่งเนื้อแดงไปผสมกับอาหารสัตว์ เพื่อให้เนื้อสัตว์มีปริมาณเนื้อแดงมากขึ้น และมีน้ำหนักมากขึ้น การใช้สารเร่งเนื้อแดงถือเป็นการใช้ยาผิดวัตถุประสงค์ หากพบว่าใช้สารเร่งเนื้อแดงกับเนื้อสัตว์ถือว่าผิดกฎหมาย ตามพ.ร.บ.ควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2554 หากได้รับสารเร่งเนื้อแดงในระยะยาว และมีสารเร่งเนื้อแดงตกค้างอยู่ในร่างกาย ผู้บริโภคอาจมีผลข้างเคียงทำให้มือสั่น กล้ามเนื้อกระตุก ปวดศีรษะ หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ กระวนกระวาย วิงเวียน ส่งผลให้เป็นโรคมะเร็งได้ ขณะเดียวกันสารดังกล่าวซึ่งเป็นอันตรายมากกับผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน อาจทำให้เสียชีวิตได้