วันที่ 18 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีรถเบนซ์หรูพุ่งชนรถเก๋งฟอร์ด จนทำให้นิสิตปริญญาโท 2 เสียชีวิต เมื่อเวลา 10.00 น. พ.ต.อ.สุรินทร์ ทับทันบุปฝา รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมทีมพนักงานสอบสวนชุดใหม่ ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้แต่งตั้งให้เข้าทำสำนวนสอบสวน ได้เข้าประชุมรับสำนวนจากจากพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีที่สถานีตำรวจภูธรพระอินทร์ราชาชุดเก่า และเดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง

จากนั้น พ.ต.อ.สุรินทร์ เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนชุดเก่า ได้สอบปากคำพยานและตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมทำแผนที่ไว้แล้ว อีกทั้งตั้งข้อหานายเจนภพ วีรพร ผู้ขับขี่รถเบนซ์ ว่าขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและทรัพย์สินเสียหาย
จากนั้นเมื่อทีมสอบสวนชุดใหม่รับงานมาแล้ว ก็จะนำพยานหลักฐาน รวมถึงคลิปต่างๆ และพยานแวดล้อมทั้งหมด มาประกอบสำนวน ซึ่งประเด็นการสอบสวนชัดเจนว่า รถพุ่งชนจนทำให้คนเสียชีวิต แต่ต้องสอบให้ได้ว่าประมาทหรือไม่ หรืออะไรที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการพุ่งชนกัน ส่วนที่ผู้คนสงสัยว่าเมาสุราหรือไม่นั้น เบื้องต้น ตำรวจท้องที่ได้ยืนยันว่า ได้เข้าไปขอตรวจแอลกอฮอล์แล้ว แต่นายเจนภพไม่ยอมให้ตรวจ ซึ่งทางกฎหมายกำหนดว่าเป็นสิทธิของเจ้าตัว แต่หากไม่ให้ตรวจ ทางกฎหมายกำหนดให้ตำรวจเชื่อว่า สาเหตุที่ไม่ยอมให้ตรวจ เพราะเจ้าตัวกลัวผลตรวจว่าจะเมาสุราจริง ซึ่งทางทนายความของผู้ต้องหาจะกล่าวอ้างอย่างไร ก็เป็นสิทธิ์ที่จะกล่าวอ้างเพื่อช่วยเหลือลูกความได้ แต่ทุกอย่างต้องพิจารณาไปตามข้อเท็จจริง

ต่อมาเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 18 มีนาคม พ.ต.อ.สุรินทร์ ได้เปิดเผยความคืบหน้าทางคดีว่า ทีมสืบสวนได้ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ เพื่อนำมาประกอบผลการวิเคราะห์ทางคดีแล้ว โดยทางตำรวจพื้นที่ยืนยันว่า ไม่พบร่องรอยเบรกของรถเบนซ์ แต่เพื่อความชัดเจนถูกต้องจะต้องรอผลการตรวจสอบของตำรวจพิสูจน์หลักฐานอีกครั้ง ซึ่งได้มีการแบ่งหน้าที่กัน ทั้งของทีมพนักงานสอบสวน ทั้งการสอบปากคำพยานแวดล้อม สอบพยานวัตถุ ทั้งจากในที่เกิดเหตุ จากรถยนต์คู่กรณี และจากคลิปต่างๆ รวมถึงสอบพยานด้านเอกสาร และทุกอย่างมีความคืบหน้า ส่วนกรณีคลิปล่าสุด ที่อ้างว่าเป็นภาพรถเบนซ์ ได้ขับฝ่าด่านทางด่วนพระราม 4 ในเขตกรุงเทพมหานครนั้น ก็จะมานำประกอบในการพิจารณาด้วยเช่นกัน

