จากกรณีกลุ่มมิจฉาชีพแก๊งคอลเซ็นเตอร์ออกอาละวาดโทรหลอกลวงประชาชนโดยการแอบอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ศาลยุติธรรม หรือเจ้าหน้าที่ศาลจังหวัดสงขลา เพื่อขอข้อมูลส่วนตัว เช่น เลขบัตรประจำตัวประชาชน หรือข้อมูลการเงิน โดยอ้างว่าผู้เสียหายมีหมายศาลติดตัว ไม่เว้นแม้กระทั่งผู้พิพากษาชั้นผู้ใหญ่บางท่านยังถูกกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้โทรศัพท์ไปหลอกลวงด้วยเช่นกันแต่ไม่เป็นผล ตามที่เคยได้นำเสนอไปก่อนหน้านี้แล้วนั้น
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 28 พ.ย. ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. เปิดเผยเกี่ยวกับสถานการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์ในปัจจุบันว่า ปัจจุบันมีแก๊งคอลเซ็นเตอร์จากประเทศจีน-ไต้หวัน-มาเลเซีย เข้ามาก่อเหตุกับผู้เสียหายในประเทศไทย เป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่กลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้จะมีฐานที่ตั้งทำการในต่างประเทศก่อนจะใช้วิธีการโทรศัพท์ผ่านทางระบบอินเตอร์เน็ตเข้ามาหลอกลวงเหยื่อในประเทศไทย อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาทางกองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) เองก็ไม่ได้นิ่งดูดายเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าว มีการจัดตั้งทีมเฉพาะกิจโดยมี พ.ต.ท.ก่อเกียรติ วุฒิจำนงค์ สว.กก.1 บก.ป. เป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการดังกล่าว ในการลงพื้นที่สืบหาเบาะแสและติดตามจับกุมกวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์เหล่านี้ ซึ่งผลการปราบปรามผู้ต้องหาขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์เฉพาะเดือน ต.ค.- พ.ย. ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบ สามารถทำการจับกุมผู้ต้องในคดีดังกล่าวได้จำนวน 13 ราย ซึ่งจากการตรวจสอบผู้ต้องหาเหล่านี้พบบางรายเคยมีพฤติกรรมในการแอบอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ข้าราชการระดับสูงในพื้นที่ภาคใต้หลอกลวงเหยื่อ แต่จากการตรวจสอบในขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าผู้ต้องหาเหล่านี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่กำลังออกอาละวาดในพื้นที่ภาคใต้หรือไม่ อย่างไรก็ตามอยากฝากเตือนไปยังประชาชนว่าหากมีผู้โทรศัพท์อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆของรัฐเข้ามาสอบถามข้อมูลส่วนตัวหรือให้มีการทำธุรกรรมการเงิน ผ่านทางโทรศัพท์โดยอ้างว่าบัญชีธนาคารเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีความ หรือขบวนการยาเสพติด ขอให้ตั้งข้อสังเกตุว่าเป็นการแอบอ้าง เนื่องจากเจ้าหน้าที่จะไม่ใช้วิธีการดังกล่าวในการปฏิบัติหน้าที่อย่างแน่นอน

