เมื่อวันที่ 29 พ.ย.2560 ที่สนง.อัยการจังหวัดสตูล พ.ต.อ.ประภาส เตี้ยวซี ผกก.(สอบสวน)ภ.จว.สตูล , พ.ต.ต.นุวัฒน์ ชัยเดช สว.(สอบสวน) สภ.ละงู คณะพนักงานสอบสวน และ พ.ต.ท.เสกสิทธิ์ ปรากฏชื่อ รอง ผกก.สภ.ละงู นำตัวนายไกรวุฒิ ชูสกุล และพวก 9 คน กลุ่มคัดค้านโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือน้ำลึกปากบารา ผู้ถูกกล่าวหาในคดี “ร่วมกันชุมนุมโดยไม่ได้รับอนุญาตและร่วมกันบุกรุก (สถานที่ราชการในเวลากลางคืน)” เมื่อวันที่ 15-16 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา ส่งตัวในชั้นอัยการจังหวัดสตูลพร้อมสำนวนคดี
แม้การส่งตัวชั้นอัยการจังหวัดสตูลในครั้งนี้ ผู้ถูกกล่าวหา 9 คน เดินทางมาเพียง 6 คนเท่านั้น เนื่องจากที่เหลืออีก 3 คนคือ 1.นายสมบูรณ์ คำแหง 2.นายเอกชัย อิสระทะ และ 3.นายปาฏิหาร์ บุญรักษ์ ได้ถูกควบคุมตัวดำเนินคดี “ร่วมกันเดิน หรือเดินแห่อันเป็นการกีดขวางการจราจร ปิดกั้นทางหลวงฯ , ร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานฯ ร่วมกันทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ โดยใช้กำลังประทุษร้ายฯ และพาอาวุธไม้ปลายแหลมโดยไม่มีเหตุอันควร” เมื่อวันที่ 28 พ.ย.2560 โดยมีพนักงานสอบสวนสภ.เมืองสงขลาเป็นผู้ร้องนั้น ไม่มีผลทางกฎหมายเพียงแจ้งสาเหตุการไม่สามารถเดินทางมาส่งมอบตัวได้
ขณะที่นายวิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี หนึ่งในผู้ถูกกล่าวหา กลับตั้งข้อสังเกตของการในเงินกองทุนยุติธรรม จากสนง.ยุติธรรมจังหวัดสตูลที่เพิ่งโทรมาแจ้งถึงเหตุผลไม่สามารถออกเช็คเงินจำนวน 450,000 บาทเพื่อใช้เป็นหลักในการประกันตัวได้ เนื่องจากติดราชการหนึ่งสัปดาห์ ทำให้เห็นถึงการทำงานที่เกิดความกังขาในการช่วยเหลือประชาชนที่ออกมาปกป้องทรัพยากร ทั้งที่มีการประสานงานกันร่วมเดือนกลับนิ่งเฉย หากชั้นอัยการมีการขอใช้หลักทรัพย์ในการประกันตัวพวกตน ซึ่งไม่มีความผิดจะต้องติดคุกเช่นนั้นหรือ ซึ่งไม่เป็นธรรมแต่อย่างใด
หลังมีการส่งตัวชั้นอัยการจังหวัดสตูล ร.ต.อ.ณรงค์ อัศววัฒฑกี อัยการจังหวัดสตูล กล่าวว่า คดีนี้ผู้ต้องหามามอบตัวด้วยตัวเอง ไม่มีการจับกุมในชั้นสอบสวน ไม่มีการควบคุมในชั้นอัยการ ซึ่งไม่ต้องใช้หลักทรัพย์สามารถปล่อยตัว โดยการปฏิญาณตัวได้ โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์
ทางอัยการพิจารณาแล้วว่าคดีนี้เป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจเป็นข่าวมาโดยตลอด ซึ่งคดีนี้เป็นคดีที่สำคัญตามระเบียบของสำนักงานอัยการสูงสุด ทางสำนักงานอัยการ จ.สตูล ตั้งคณะทำงานในการตรวจสอบสำนวน พิจารณาคดีในครั้งนี้
ส่วนอีก 3 คนที่ไม่ได้มา จากสำนวนในการถูกควบคุมตัวอยู่ในคดีอื่น ซึ่งมีหลักฐานจึงสามารถทำการอายัดตัวไว้ และส่งตัวมาภายหลังได้ ส่วน 6 คนที่รับมอบตัวสำนวนพร้อมตัวบุคคล ส่วนที่เหลือพนักงานแจ้งอายัดตัวในคดีอื่น
“คดีลักษณะนี้ เป็นความผิดของทางกฎหมายที่บัญญัติ ไม่ใช่คนที่ทำความผิดเป็นอาชญากรหรืออะไร แต่เป็นเรื่องของความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ในการกระทำแบบนี้ เพื่อไม่อยากให้เกิดความวุ่นวาย และถือว่าผิดตามกฎหมายบัญญัติส่วนเนื้อหายังไม่ได้มีการอ่านสำนวน โดยจะมีการนัดอีกครั้ง 22 ธ.ค.2560 เป็นนัดครั้งแรกเพื่อฟังคำสั่งสำนวนที่พนักงานสอบสวนส่งมาว่ามีคำร้องขอความเป็นธรรมหรือไม่ เพื่อพิจารณาได้” อัยการจังหวัดกล่าว


