เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 29 พฤศจิกายน ความคืบหน้าคดี 2 ลุง-ป้า คือ นายละเอียด อุดมรักษ์ อายุ 78 ปี และนางสิน สิมนางบัว อายุ 74 ปี ถูกฆ่าโหดชิงทรัพย์เมื่อวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งของมีค่าหายไปหลายรายการ อาทิ สร้อยคอทองรูปพรรณหนัก 2 บาท พร้อมพระเลี่ยมทองเหรียญหลวงพ่อโสธรลงยา เลสข้อมือทองคำหนัก 5 บาท แหวนเพชรล้อมพลอย 2 วง เงินสด 13,000 บาท โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง รถจยย.ยี่ห้อคาวาซากิ รุ่นคาเซ่ สีเทา ทะเบียน บบร.982 กทม. โดยนายละเอียดเสียชีวิตในที่เกิดเหตุมีบาดแผลฉกรรจ์หลายแห่งที่ศีรษะ คาดเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 8 ชม.ส่วนนางสินได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ ขณะนี้รักษาตัวอยู่ในห้อง ICU รพ.บำราศนราดูร อาการยังไม่พ้นขีดอันตราย โดยทั้งสองคนถูกคนร้ายเป็นชายแอบเข้าไปชิงทรัพย์แล้วทำร้ายร่างกาย ตีด้วยอาวุธเหล็กเข้าที่ศีรษะอย่างโหดเหี้ยม ภายในบ้านพักเลขที่ 65/4 หมู่ 9 ต.บางเขน อ.เมืองนนทบุรี ปากซอยงามวงศ์วาน 6/13 บริเวณด้านหลังกระทรวงสาธารณสุข

หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนเมืองนนทบุรี และตำรวจสืบสวนภูธรภาค 1 ร่วมกันลงพื้นที่สืบสวนแกะรอย ปูพรมหาข้อมูลและตรวจสอบหาเบาะเเสจากพยานและจากภาพกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียง ที่คาดว่าอาจเป็นเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนี กระทั่งทราบข้อมูลของคนร้ายรายนี้ว่าคือ นายสมคิด ทีเทศ อายุ 42 ปี ชาวมหาสารคาม อาศัยอยู่ในบ้านพักภายในสวนใกล้บ้านที่เกิดเหตุก่อนจะหายตัวไป ต่อมาทางชุดสืบสวนทราบว่าคนร้ายแอบเดินทางกลับบ้านเกิดที่ต่างจังหวัด จึงสะกดรอยติดตามจับกุมตัวคนร้ายไว้ได้ที่บ่อน้ำหลังบ้านพัก เนื่องจากถูกทางเจ้าหน้าที่กดดันและยอมมอบตัวใน อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม พบประวัติมีคดีฆาตกรรมและคดีอื่นๆ ติดตัวโชกโชน ล่าสุดถูกจำคุก 10ปี เพิ่งพ้นโทษออกมาเมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2559 แต่มาก่อเหตุซ้ำอีก
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนและชุดหน่วยปฎิบัติการพิเศษกว่า 50 นาย ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนยังบ้านเกิดเหตุ ท่ามกลางสื่อมวลชนและชาวบ้านที่ทราบข่าวเกือบ 100 คน มายืนมุงดูโฉมหน้าของฆาตกรรายนี้ ท่ามกลางเสียงสาปแช่งของชาวบ้านที่อยู่รอบพื้นที่ โดยใช้เวลาทำแผน 30 นาที ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวขึ้นรถตู้ออกไปเพราะมีชาวบ้านเริ่มทยอยกันมาจำนวนมาก เกรงจะเข้ามารุมทำร้ายผู้ต้องหา
พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รรท.ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.สุศักดิ์ ปรักกมะกุล ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.สุภธีร์ บุญครอง รรท.ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.ปัญณพัตน์ เดชโชติพิสิฐ ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี ร่วมกันแถลงข่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นของพฤติการณ์ของคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้ พร้อมกับเปิดเผยประวัติของนายสมคิดที่เคยก่อเหตุมาแล้วอย่างโชกโชน ด้านนายเกียรติศักดิ์ อุดมรักษ์ อายุ 42 ปี ลูกชายผู้เสียชีวิต ได้นำกระเช้าผลไม้มาขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย
นายสมคิด ให้การว่า ตนพักอยู่ภายในสวนใกล้จุดเกิดเหตุและได้มาซื้อของใช้ส่วนตัวที่ร้านขายของชำของลุงกับป้า ก่อนหน้าประมาณ 3วัน จากนั้นตนได้สังเกตว่า ลุงผู้ตายได้ใส่ทองเต็มตัวและอาศัยอยู่กับป้า 2 คนตามลำพัง โดยที่เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 24 ที่ผ่านมา ตนได้วางแผนมานั่งดื่มเบียร์ที่บริเวณโต๊ะม้าหินหน้าร้าน เพื่อรอโอกาสช่วงปลอดคน จึงได้ทำทีขอลุงเข้าห้องน้ำภายในบ้าน ซึ่งลุงได้เดินนำหน้าพาเข้าไป เป็นจังหวะในมุมที่ปลอดคน ตนได้หยิบท่อนเหล็กขึ้นมาฟาดที่หัวของลุงและได้ผลักเข้าไปในห้อง ก่อนจะกระหน่ำตีไปที่ศรีษะของผู้ตายหลายครั้งจนแน่นิ่งไปก่อนปลดทรัพย์สินทองรูปพรรณใส่ถุงออกมา พร้อมกับออกอุบายบอกป้าว่า ผู้ตายได้เรียกหา จากนั้นป้าได้เดินเข้ามาในจุดลับตาคนจึงได้ใช้อาวุธท่อนเหล็กฟาดเข้าที่ศรีษะอย่างแรง จึงทำให้ป้าล้มทั้งยืนลงไปนอนกองกับพื้น จากนั้นตนจึงรีบหนีออกมาและกลับไปล้างตัวที่บ้านพัก ก่อนจะตัดสินใจหนีกลับภูมิลำเนาที่ต่างจังหวัด กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับกุมตัวได้
พ.ต.อ.ปัญณพัตน์ เดชโชติพิสิฐ ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี เปิดเผยว่า หลังทราบเหตุที่เกิดขึ้น ก็ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบในที่เกิดเหตุและรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบเรื่อง พร้อมทั้งได้ร่วมประชุมวางแผนกับชุดสืบสวน สภ.เมืองนนทบุรีและชุดสืบสวนภูธรจังหวัดนนทบุรี เพื่อประสานแลกเปลี่ยนหาข้อมูลกันกับทางสืบสวนภูธรภาค 1ในการติดตามไล่ล่าตัวคนร้ายที่ก่อเหตุรายนี้ให้ได้ เนื่องจากคนร้ายได้ลงมือก่อเหตุชิงทรัพย์และฆ่าอย่างอุกอาจโหดเหี้ยม โดยถือเป็นคดีที่สะเทือนขวัญและได้รับความสนใจของประชาชน แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจได้สืบในทางลับจนสามารถสืบสวนจับกุมตัวคนร้ายรายนี้ได้ภายในเวลา 72 ชม.

