‘บิ๊กแป๊ะ’สั่งสอบตำรวจเกือบ100นายพัวพันผู้มีอิทธิพล หลังเด้งเก็บกรุ บช.

18.03.16 | 14:06 น.
พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รองโฆษก ตร.) กล่าวถึงความคืบหน้าการลงพื้นที่ปราบปรามผู้มีอิทธิพลในกรุงเทพมหานครว่า วันนี้มีการลงพื้นที่ 3 จุด จุดที่ 1 คือพื้นที่ภาษีเจริญ สามารถตรวจยึดกระสุนปืน ยาเสพติด และคนต่างด้าว ถ้าหากตรวจสอบพบกระสุนปืนที่ใช้ในสงครามก็เป็นความผิดอีกกระทง ส่วนยาเสพติดถ้าเป็นเครือข่ายจะมีการสืบสวนต่อไป จุดที่ 2 พื้นที่ สน.ตลิ่งชัน เป็นความผิดเกี่ยวกับการปล่อยเงินกู้เกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ผลการตรวจค้นได้ผู้ต้องหาหลายคน และจุดที่ 3 ที่พื้นที่เพชรบุรี ซอย 5 สน.พญาไท เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจสนธิกำลังไปตรวจค้นจับกุมนั้นเนื่องจากมีการปล่อยเงินกู้ ยึดรถของกลางเป็นรถจักรยานยนต์และรถยนต์จำนวนมาก พร้อมผู้ต้องหา 4 คน ส่วนรถที่ตรวจยึดได้คาดว่ามีคนต้องการใช้เงินจึงนำรถมาจำนำ อย่างไรก็ตาม ยังไม่ยืนยันว่าทั้ง 3 จุดนี้จะมีความเชื่อมโยงกันหรือไม่ต้องรอการตรวจสอบให้ละเอียดอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวถามว่า การปล่อยให้พื้นที่มีการกระทำผิดกฎหมายถือเป็นการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจหรือไม่ พล.ต.ต.ทรงพลกล่าวว่า สำหรับคนต้องการเงินบางทีก็ไม่บอกกับเรา บางสิ่งบางเรื่องเป็นการสมยอมระหว่างผู้กู้กับผู้ให้กู้ แต่มีการปล่อยกู้แบบแอบๆ ซ่อนๆ หรือเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ต้องดำเนินการ เมื่อถามว่า คิดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่รู้เห็นเป็นใจหรือไม่ พล.ต.ต.ทรงพลกล่าวว่า คงตอบไม่ได้ ต้องรอตรวจสอบ ขณะเดียวกันจะมีการย้ายตำรวจในพื้นที่หรือไม่นั้น เรื่องนี้ต้องแล้วแต่ผู้บังคับบัญชา ถ้าการตรวจสอบพบว่ามีส่วนรู้เห็นเป็นใจ น่าจะย้าย ขณะนี้ยังไม่มีเวลาพูดคุยกับ ผกก.ในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่กรุงเทพฯ ยังมีอีกหลายจุดที่จะต้องตรวจค้น ส่วนจะเป็นจุดไหนนั้นไม่สามารถเปิดเผยได้

รองโฆษก ตร. กล่าวอีกว่า ส่วนการปราบปรามในพื้นที่ต่างๆ ตามภูมิภาคนั้น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สั่งการไปหมดแล้ว นายตำรวจที่ถูกย้ายมาประจำกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค (บช.ภ.) ต่างๆ จะต้องมีการสอบสวนต่อไปว่ามีความผิดหรือไม่อย่างไร ส่วนตัวเลขนายตำรวจที่ถูกย้ายนั้นขณะนี้ยังคงเดิมคือเกือบร้อยนาย

“เรามีกฎหมายและวินัยตำรวจในการเอาผิดอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นการกระทำความผิดอาญาก็ต้องลงโทษด้วย ผมคิดว่าแค่นี้ผู้มีอิทธิพลคงฝ่อไปตามๆ กัน อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ต้องมีการดำเนินอย่างต่อเนื่องเพราะเป็นนโยบายของรัฐและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการคืนความสุขให้ประชาชน” รองโฆษก ตร.กล่าว