ชุมพรจับเกลี้ยง ‘ยาบ้า-ไอซ์’ ซุกท่ออำพรางด้วยทางมะพร้าว ปืน กระสุน ระเบิดโผล่ด้วย เผยรอดคุกมานาน

30.11.17 | 21:21 น.

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 ที่ศูนย์ชุดเฉพาะกิจโชคชัย (ชุด ฉก.โชคชัย) กองร้อยอาสารักษาดินแดนที่ 1 จ.ชุมพร นายณรงค์ พลละเอียด ผวจ.ชุมพร นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ รอง ผวจ.ชุมพร นายประจินต์ ธารศิริสิน ปลัดจังหวัดชุมพร พ.ท.พูลศักดิ์ พรประเสริฐ ผู้บังคับหน่วยข่าวกรองทางทหาร (ขกท.) กองกำลังเทพสตรี และ จ.ส.ต.ฐิติวัชร บุญกิจ ป้องกันจังหวัดชุมพร ผบ.ร้อย อส.จ.ชุมพร ที่ 1 หัวหน้าชุด ฉก.โชคชัย ร่วมกันแถลงข่าวว่า เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 ชุด ฉก.โชคชัย นำกำลังกองร้อย อส.จ.ชุมพร ที่ 1 สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร นำโดย ร.ต.ถนัด ยศสิงห์ หัวหน้า ชป.รส.ที่ 2 มทบ.44 และ ขกท.กองกำลังเทพสตรี บุกเข้าจับกุม นายเดชฤทธิ์ หรือ บ่าว ทองจีนสังข์ อายุ 35 ปี ที่บ้านเลขที่ 240 หมู่ 4 ต.ทุ่งคาวัด อ.ละแม จ.ชุมพร ซึ่งเป็นบ้านของผู้ต้องหา พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ชนิดเกร็ด จำนวน 18 กรัม ยาบ้าจำนวน 20 เม็ด จากนั้นได้มีการขยายผลจนสามารถยึดยาบ้าได้อีกจำนวน 21,008 เม็ด (รวมเป็น 21,028 เม็ด) และยาไอซ์ อีกจำนวน 33 กรัม (รวมเป็น 51 กรัม)

โดยในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 ช่วงเย็น เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า นายเดชฤทธิ์มีพฤติกรรมเป็นผู้ค้ายาเสพติด จึงรวบรวมข้อมูลและวางแผนเข้าจับกุม พบนายเดชฤทธิ์เดินถือกระรอก 1 ตัว อยู่ในสวนปาล์ม เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอตรวจค้นที่ตัว พบยาบ้า 20 เม็ดและยาไอซ์ 18 กรัม ในขนำที่นายเดชฤทธิ์สร้างไว้มั่วสุมยาเสพติด แต่ยังตรวจค้นไม่เสร็จเนื่องจากเป็นช่วงกลางคืน จึงนำตัวนายเดชฤทธิ์มาที่กองร้อย อส.จ.ชุมพร ที่ 1 ต่อมา รุ่งเช้าวันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นเพิ่มเติมในบ้านของนายเดชฤทธิ์ ก็พบยาบ้าอีก 21,008 เม็ด และยาไอซ์จำนวน 33 กรัม ซุกซ่อนอยู่ในท่อพีวีซี สีฟ้า วางไว้บนพื้นดินในสวนปาล์มโดยเอาทางมะพร้าวมาปิดทับเพื่ออำพรางไว้ และยังพบอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 ม.ม.1 กระบอก ซองกระสุน 1 อัน กระสุนชนิดเดียวกัน 6 นัด และระเบิดแสวงเครื่อง ประดิษฐ์เองอีก 2 ลูก

นายณรงค์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากการจับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายย่อย แล้วผู้ค้ารายย่อยได้มีการซัดทอดว่า นายเดชฤทธิ์เป็นคนจำหน่ายยาบ้าและยาไอซ์ให้ จากนั้น ชุด ฉก.โชคชัย กำลัง อส.และกำลังทหาร จึงวางแผนก่อนบุกเข้าจับกุมนายเดชฤทธิ์ได้ในที่สุด โดยนายเดชฤทธิ์ยอมรับสารภาพว่า ซื้อยาบ้าและยาไอซ์ทั้งหมดมาจาก จ.สุราษฎร์ธานี และผู้ต้องหารายนี้ถือเป็นผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่แต่ยังไม่เคยถูกจับกุม เพราะสามารถหลบเลี่ยงได้ตลอด อีกทั้งยังเป็นเครือข่ายผู้ค้ารายใหญ่ในพื้นที่ และนายเดชฤทธิ์มีภูมิลำเนาเดิมอาศัยอยู่ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งการบุกเข้าจับกุมในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ประเมินสถานการณ์แล้วว่ามีความเสี่ยงต่อการต่อสู้มาก จึงขอสนับสนุนกำลังพลจากชุด รส.มทบ.44 ให้เข้าร่วมจับกุมด้วย