จากกรณีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดย พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท รองเลขาธิการ คสช. ทำการแทนเลขาธิการ คสช. มีหนังสือด่วนที่สุด ลงวันที่ 16 มีนาคม 2559 ถึงผู้อำนวยการการเลือกตั้งนายกและกรรมการทนายความ ระบุว่าให้ชะลอการจัดการเลือกตั้งนายกและกรรมการสภาทนายความออกไปก่อน โดยให้คณะกรรมการสภาทนายความที่พ้นจากตำแหน่งปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อนในระหว่างที่ยังไม่มีการเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ ทั้งนี้ ตามนัย มาตรา 22 แห่ง พ.ร.บ.ทนายความ 2528
เมื่อวันที่ 18 มีนาคม รายงานข่าวแจ้งว่า ในการเลือกตั้งนายกและกรรมการสภาทนายความ มีการเปิดรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกและกรรมการสภาทนายความตั้งแต่วันที่ 21-27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีสมาชิกสภาทนายความสมัครรับเลือกตั้งนายกและกรรมการสภาทนายความ ปี พ.ศ.2559-2562 ทั้งประเภทสมัครเป็นคณะและสมัครอิสระ โดยสรุปได้เรียงตามลำดับหมายเลขของผู้สมัครในตำแหน่งนายกสภาทนายความจำนวน 7 คน และผู้สมัครในตำแหน่งกรรมการสภาทนายความ 52 คน ทั้งนี้ ในส่วนของผู้สมัครในตำแหน่งนายกสภาทนายความ 7 คน อาทิ นายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ อดีตนายกสภาทนายความ ปฏิบัติหน้าที่นายกสภาทนายความตามคำสั่ง คสช.ดังกล่าว ว่าที่ ร.ต.ถวัลย์ รุยาพร นายอภิชาต เที่ยงธรรมกุล นายเกรียงศักดิ์ พินทุสรศรี น.ส.เอกศจี ศิริวานิช นายปิยชาติ วีระเดช และนายสุริยศักดิ์ ยิ้มอินทร์
รายงานข่าวแจ้งว่า คำสั่ง คสช.ให้ชะลอการเลือกตั้งนายกและกรรมการสภาทนายความ เนื่องจากการหาเสียงและการเลือกตั้งเข้าข่ายขัดประกาศ คสช.ฉบับที่ 7 เรื่องห้ามชุมนุมทางการเมือง เพราะการเลือกตั้งนายกและกรรมการสภาทนายความมีทั้งการหาเสียง ประกาศ โฆษณา และเข้าคูหากาบัตรเลือกตั้ง ในกทม.มี 32 หน่วยเลือกตั้ง และต่างจังหวัดมี 145 หน่วยเลือกตั้ง โดยกำหนดเดิมจะต้องลงคะแนนเลือกตั้งในวันที่ 24 เมษายนนี้ โดยจะเป็นการเลือกนายกสภาทนายความ 1 ตำแหน่ง และกรรมการสภาทนายความ 22 ตำแหน่ง อย่างไรก็ดี เมื่อมีคำสั่ง คสช.ให้ชะลอการเลือกตั้งไปก่อน ทางสภาทนายความก็ต้องปฏิบัติตาม โดยให้นายกและกรรมการชุดเดิมปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อน

