เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 7 ธันวาคม ร.ต.อ.ตระการ อินสว่าง รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์ชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ กับมีผู้บาดเจ็บสาหัส บนถนนสหกรณ์-โคกขาม ปากทางเข้าซอยพัฒนา 1 หมู่ 3 ต.บางหญ้าแพรก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมกับมูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร
ที่เกิดเหตุตรงหน้าร้านขายวัสดุข้างทาง พบรถยนต์เก๋งโตโยต้า โคโรลล่า สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กข 6928 สมุทรสาคร สภาพหน้ารถชนอัดติดอยู่กับกองแผ่นปูนสำเร็จรูป ของร้านขายวัสดุก่อสร้าง จนถังน้ำมันแตกและพังเสียหายเข้ามาเกือบครึ่งคัน มีนายเกรียงไกร เต่าทอง อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 204 หมู่ 4 ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เป็นคนขับรถ ได้รับบาดเจ็บติดภายใน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันนำออกมา และรีบนำส่งโรงพยาบาลเอกชัย มีอาการขาหัก แต่ยังให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ และห่างจากจุดเกิดเหตุออกไปเกือบ 20 เมตร บนถนนพบรถเก๋งสีดำ ยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค หมายเลขทะเบียน 5กร 9469 กรุงเทพมหานคร สภาพด้านหน้ารถถูกชนอย่างแรงจนกระจกแตก ฝากระโปรงยุบ ถุงลมนิรภัยหลุดออกมา 2 ถุง ส่วนคนขับรถยังไม่ทราบชื่อ ได้หลบหนีไป
นอกจากนี้ ตรงจุดเกิดเหตุยังพบรถจักรยานยนต์ 2 คัน เป็นรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่ามีโอ สีน้ำเงิน ทะเบียน ขจฉ 141 สมุทรสาคร ถูกชนจนกลายเป็นเศษเหล็ก กับรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่าฟีโน่ สีฟ้า ทะเบียน 1 กก 6200 สมุทรสาคร สภาพถูกชนจนหน้ารถหักกระเด็นหายไป และห่างจากรถจักรยานยนต์ออกไปประมาณ 10 เมตร พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชายไทยไม่ทราบชื่อ 1 คน กับผู้บาดเจ็บสาหัสอีก 2 คน เป็นชายไทยนอนหายใจรวยริน ไม่ทราบชื่อเช่นเดียวกัน เพราะตรวจค้นภายในตัวแล้วไม่พบเอกสารใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลสมุทรสาคร แต่ก็ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา จึงยังไม่ทราบแน่ชัดว่าผู้เสียชีวิตทั้ง 3 คนนั้น ใครเป็นคนขับรถจักรยานยนต์คันไหน และใครเป็นผู้ซ้อนท้ายรถคันไหนมา
ด้านนายเกรียงไกร เต่าทอง คนขับรถเก๋งโตโยต้า โคโรลล่า เล่าว่า ตนเองขับรถตามหลังรถเก๋งคันดำมาบนถนนสหกรณ์-โคกขาม เพื่อมุ่งหน้าจะกลับบ้าน แต่พอมาถึงที่เกิดเหตุตรงปากซอยพัฒนา 1 นั้น ก็เห็นรถเก๋งคันดำที่ขับอยู่ข้างหน้าชนกับรถจักรยานยนต์ทั้ง 2 คันอย่างแรงเสียงดังสนั่น ตนเองจึงรีบหักรถหลบลงข้างทางทำให้พุ่งไปชนกับกองแผ่นปูนสำเร็จรูปที่ตั้งวางไว้หน้าร้านขายวัสดุก่อสร้าง ส่วนรถเก๋งได้ขับไปไกลจากที่เกิดเหตุอีกเกือบ 20 เมตร ก่อนที่คนขับจะทิ้งรถหลบหนีไป ซึ่งตนก็มองไม่ทันว่ารถเก๋งกับรถจักรยานยนต์ทั้ง 2 คัน ชนกันได้อย่างไร และจักรยานยนต์ทั้ง 2 คันนั้น ขับมาในทิศทางใดกันแน่
ทั้งนี้ ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะได้ตรวจสอบว่า ผู้เสียชีวิตทั้ง 3 คน เป็นใครเพื่อติดตามญาติมาให้ปากคำเพิ่มเติม และรับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี พร้อมกันนี้ก็จะได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อหาภาพขณะเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงพยานที่เห็นเหตุการณ์ ส่วนรถเก๋งคันสีดำก็จะได้นำไปตรวจสอบ เพื่อตามหาตัวคนขับรถมาให้ปากคำ ก่อนที่จะมีการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป




