วันที่ 19 มี.ค.59 พล.ต. ดร.อรรถ สิงหัษฐิต ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 210 นครพนม สั่งการให้ พ.ท.วิชิต สุภา รอง หัวหน้าการข่าว มทบ. 210 ประสานงานร่วมกับ ร.ต.พานิชย์ โฉมเฉลา หัวหน้าชุดเฉพาะกิจ พ.ต.อ.วรเพชร เพชรบรม ผกก.สภ.นาแก ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดสืบสวน ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง วางแผนระดมกำลังเข้ากวาดล้างปราบปรามผู้มีอิทธิพลตามนโยบายของรัฐบาล โดยครั้งนี้ได้เข้าตรวจสอบแก๊งปล่อยเงินกู้ ในบ้านเช่าหมู่ที่ 7 บ.หนองเรือทอง ต.บ้านแก้ง อ.นาแก จ.นครพนม
เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้ทั้งหมด 4 ราย มี 1.นายจิรพงษ์ ทรงจันทึก อายุ 30 ปี 2.นายธีรวัฒน์ สุจริตภักดี อายุ 25 ปี 3.นายสมศักดิ์ เสนารักษ์ อายุ 39 ปี และ4.นายสิทธิพร เสาะสูงเนิน อายุ 34 ปี พร้อมของกลางเป็นโพยเก็บเงินลูกค้า จำนวน 4 แผ่น มีระบุยอดเงินหมุนเวียนนับแสนบาท โทรศัพท์มือถือ จำนวน 7 เครื่อง เงินสด จำนวน 4,000 บาท รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า ซีบีอาร์ สีน้ำเงิน ,รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีแดง และหมวกกันน็อกแบบปิดใบหน้า จำนวน 4 ใบ
นอกจากนี้ ยังขยายผลไปจับกุมเพื่อนร่วมแก๊งอีก 1 ราย คือ นายนิเมษ บุญศิริ อายุ 31 ปี ซึ่งมาเปิดสำนักงานเป็นบ้านเช่าอยู่บ้านหมู่ที่ 3 บ.แก้ง ต.บ้านแก้ง อ.นาแก จ.นครพนม ตรวจยึดของกลาง เป็นสัญญาเงินกู้ที่เขียนบันทึกแล้ว จำนวน 20 แผ่น นามบัตรจำนวน 2 กล่อง บัญชีรายชื่อผู้ยืมเงินกู้ จำนวน 78 แผ่น เครื่องคำนวณเลข ออโตเมตริก ยี่ห้อ คาสิโอ สีดำ จำนวน 1 เครื่อง สมุดโน้ตบันทึกใช้เขียนบันทึกตัวเลข สีชมพู จำนวน 1 เล่ม และเงินสด จำนวน 100,000 บาท ก่อนควบคุมตัวมาสอบสวน ณ ที่ว่าการอำเภอนาแก
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากนโยบายของรัฐบาล รวมถึงได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านเกี่ยวกับแก๊งเงินกู้ จึงได้สนธิกำลัง 3 ฝ่าย เข้ากวาดล้างจับกุม ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าส่วนใหญ่ พบเป็นนายทุนเงินกู้จากต่างถิ่น ซึ่งมาเช้าบ้านพักเป็นสำนักงาน และมีทีมขับรถจักรยานยนต์ ออกไปปล่อยเงินกู้ให้กับลูกค้าที่สนใจ รวมถึงกลุ่มแม่ค้าในพื้นที่ อ.นาแก จ.นครพนม รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง โดยจะมียอดปล่อยกู้รายละ 3,000 – 10,000 บาท และจะมีการเก็บดอกเบี้ยรายวัน ในอัตราร้อยละประมาณ 20 บาท ต่อวัน ส่วนแก๊งเงินกู้ที่ร่วมขบวนการจะได้รับค่าจ้างเป็นรายวันวันละ 500 – 1,000 บาท ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้เร่งสอบสวนขยายผล ติดตามนายทุนเงินกู้รายใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังมาดำเนินคดีตามกฎหมาย เนื่องจากเชื่อว่าจะเป็นรายใหญ่ที่เชื่อมโยงหลายจังหวัด เพราะมีเงินหมุนเวียนสะพัดเดือนละหลายแสนบาท โดยเบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหา ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้โดยไม่ได้รับอนุญาตต่อนายทะเบียนตาม พรบ.ทวงถามหนี้ พ.ศ.2538 พร้อมจะได้เพิ่มมาตรการในการป้องกันปราบปรามต่อเนื่องต่อไป

