“บิ๊กต๊อก”สปีช เวที UNODC ผนึก4ชาติเอเชียแก้ปัญหายาเสพติด

19.03.16 | 13:59 น.

“บิ๊กต๊อก”สปีช เวที UNODC ผนึก4ชาติเอเชียแก้ปัญหายาเสพติด เรียกร้องปท.ต้นทางสกัดสารตั้งต้น

อีกบทบาทของ บิ๊กต๊อก “พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กับคอนเน็กชั่นด้านต่างประเทศ

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ พล.อ.ไพบูลย์ ใช้เวทีนานาชาติ ในการบอกกล่าวสถานะการทำงาน ด้านต่างๆ ของ “กระทรวงยุติธรรม” และรัฐบาล ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี

และงานด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาล ซึ่ง พล.อ.ไพบูลย์ เข้าไปปรับทัพ จัดยุทธศาสตร์ใหม่ เน้นการป้องกันจากนอกประเทศ ใช้เครือข่ายประเทศเพื่อนบ้านและความสัมพันธ์ สมัยเป็นทหาร เข้ามาบริหารจัดการ จนนำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ

เริ่มต้นจากกรอบ “แผนปฏิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัย” กลายเป็นศูนย์ปฏิบัติการร่วม เซฟแม่โขง มีประเทศสมาชิกเข้าร่วม 4 ประเทศ ประกอบด้วย จีน ไทย ลาว และพม่า ผลปฏิบัติการช่วงที่ผ่านมา สถิติการจับกุม การสกัดกั้นเป็นที่น่าพอใจ ตัวเลขการแพร่ระบาดของยาเสพติด ในภูมิภาค ของสำนักงานป้องกันยาเสพติดและปราบปรามอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นโอดีซี) พบว่ามีปริมาณลดลง

Advertisement

นอกจากนี้ ยังมีการใช้การพัฒนาทางเลือกสู่การจัดการต้นตอของปัญหายาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นความยากจน การศึกษา และระบบสาธารณสุข โดยนำ “ศาสตร์แห่งพระราชา” ปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงประเทศไทยและภูมิภาค มาเป็นแนวทางในการแก้ปัญหายาเสพติด แบบควบคู่กันไป

และเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่าน ที่ยูเอ็นโอดีซี ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย พล.อ.ไพบูลย์ พร้อมด้วย นายณรงค์ รัตนานุกูล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ได้ร่วมประชุม วาระพิเศษ ระหว่างการประชุมคณะกรรมาธิการยาเสพติดสมัยที่ 59 ทั้งนี้ เพื่อเตรียมการสำหรับการประชุมสมัยพิเศษว่าด้วยปัญหายาเสพติดโลก (UNGASS 2016) ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ช่วงเดือนเมษายนนี้

jud01190359p2

“บิ๊กต๊อก” พล.อ.ไพบูลย์ ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย กล่าวต่อประเทศสมาชิก ในที่ประชุมถึงมาตรการการดำเนินการแก้ปัญหายาเสพติดของประเทศไทยและภูมิภาคต่อที่ประชุม ว่า รัฐบาลไทยดำเนินการเพื่อขจัดปัญหายาเสพติด โดยเฉพาะการลดอุปสงค์และอุปทาน ใช้พื้นที่สามเหลี่ยมทองคำเป็นกรณีศึกษา เพราะพื้นที่ดังกล่าว ถูกตอกย้ำว่ายาเสพติด เป็นปัญหาสากล ก่อนหน้านี้สามเหลี่ยมทองคำ ยังเป็นแหล่งปลูกพืชจำพวกฝิ่นและกัญชาแหล่งใหญ่ของโลก แต่ปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวปรับเปลี่ยนเป็นแหล่งของสารตั้งต้น จากภูมิภาคอื่นมาสู่สามเหลี่ยมทองคำ เพื่อผลิตเป็นยาเสพติดสร้างปัญหาให้กับประเทศในภูมิภาคนี้ เป็นอย่างมาก

พล.อ.ไพบูลย์กล่าวต่อที่ประชุม โดยเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ โดยเฉพาะประเทศต้นทาง ของสารตั้งต้น หันกลับมามองและเข้ามาร่วมแก้ไข

“ผมเรียกร้องให้ที่ประชุม เน้นย้ำเรื่องการควบคุมสารตั้งต้นและประเด็นที่ผมหยิบยกขึ้นมา คือ ประเทศต้นทางของสารตั้งต้น จะต้องให้ความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามมิให้นำสารตั้งต้นเข้าไปยังแหล่งผลิตยาเสพติดอย่างจริงจัง เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนข้างต้น เราได้สร้างความร่วมมือ ระดับภูมิภาคของกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง ภายใต้กรอบ “แผนปฏิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัย” เราจะใช้ศูนย์ปฏิบัติการ “เซฟแม่โขง สกัดกั้นสารตั้งต้น” พล.อ.ไพบูลย์กล่าว

ในส่วนของประเทศไทยนั้น พล.อ.ไพบูลย์บอกว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยแก้กฎหมายเพิ่มบทลงโทษ แต่กลายเป็นสร้างปัญหาผู้ต้องขังล้นคุก เกิดการรวมตัวกันของผู้ค้ายาเสพติดในเรือนจำ โดย 70-80 เปอร์เซ็นต์ของนักโทษเป็นผู้กระทำผิดในคดียาเสพติด อย่างไรก็ดี จุดยืนของประเทศไทยคือไม่เห็นด้วยกับการทำให้ยาเสพติดถูกกฎหมาย ไม่เห็นด้วยกับการลดทอนความผิดทางอาญากับนักค้ารายใหญ่ รายสำคัญ

“ขณะเดียวกันต้องบำบัดผู้เสพเพื่อเป็นการลดอุปสงค์ แทนการส่งตัวไปคุมขังในเรือนจำ มาตรการที่นำมาใช้ ได้แก่ การให้ทางเลือกไม่ดำเนินคดีอาญากับผู้เสพ โดยให้เข้ารับการบำบัดรักษาแทนการปฏิบัติกับผู้ต้องขังหญิงตามแนวทาง Bangkok Rules และอีกส่วนสำคัญ คือ การจัดทำประมวลกฎหมายยาเสพติด

jud01190359p3

“ที่สำคัญประเทศในภูมิภาคนี้ ต้องผนึกกำลังกันอย่างเป็นรูปธรรมมีแผนระดับภูมิภาค ระดับชาติ และ ระดับปฏิบัติ เพื่อสกัดสารตั้งต้น รวมทั้งการนำตัวแบบที่ใช้ในการจัดการปัญหายาเสพติดที่สำคัญคือ การพัฒนาทางเลือก เพื่อการจัดการต้นตอของปัญหายาเสพติด ทั้งความยากจน การศึกษา โดยประเทศไทยและภูมิภาค มีความพร้อมในการเป็นศูนย์กลางแก้ไขปัญหายาเสพติดโดยใช้แนวทางการพัฒนาทางเลือก” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมระบุ

พล.อ.ไพบูลย์ยังบอกด้วยว่า ตัวแบบนี้จะเชื่อมโยงกับกรอบการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ ในการแก้ปัญหาความยากจน การให้ การศึกษา การสาธารณสุข ลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งเป็นต้นตอของปัญหาเช่นกัน

นี่เป็นอีกบทบาทภารกิจ งานด้านป้องกันและปราบปราม “ยาเสพติด” ที่ พล.อ.ไพบูลย์เลือกหยิบยก นำไป “สปีช” โชว์บนเวทีนานาชาติ

สะท้อนให้เห็นถึงความก้าวล้ำอีก “สเต็ป” ในภาพรวมระดับภูมิภาคและรัฐบาลไทย กับ คีย์เวิร์ด สำคัญในการแก้ปัญหายาเสพติด !!!