เมื่อเรามีประมวลกฎหมายอาญา (ป.อาญา) และประมวลวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิอาญา) เหมือนกับว่าทุกผู้คนเสมอภาคกันทางกฎหมาย
ทั้งผู้เสียหายและผู้กระทำความผิดมี สิทธิ ตามที่กฎหมายบัญญัติ
แม้เป็น ผู้ถูกกล่าวหา ก็มี สิทธิ ตาม ป.วิอาญา เช่น มีสิทธิจะได้รับแจ้งข้อกล่าวหา
รับแจ้งหมายเรียก รับแจ้งหมายจับ รับแจ้งสิทธิผู้ถูกจับ สิทธิขอให้ปล่อยตัวชั่วคราว มีสิทธิแต่งตั้งทนายช่วย มีสิทธิที่จะให้การหรือไม่ให้การก็ได้
แต่ รัฐ ซึ่งต้องบังคับใช้กฎหมายก็ต้องมี มาตรการบังคับ แก่ผู้ถูกกล่าวหา ไม่เช่นนั้นการดำเนินคดีก็เดินไปไม่ได้
เจ้าพนักงานสอบสวนจึงทำหน้าที่แจ้งข้อหาให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบพร้อมยืนยันว่าการกระทำของผู้ถูกกล่าวหานั้นเป็นความผิดฐานใด
ทั้งหมดนั้นเป็นหลัก เป็นสิทธิ เป็นอำนาจ เป็นหน้าที่ ที่กฎหมายบัญญัติเอาไว้
แต่เมื่อไม่นานมานี้เจอเรื่องที่ชวนให้ประหลาดใจจากคดีเล็กๆ ของ คนใหญ่ !!
พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) อดีตหัวหน้าสำนักงานมูลนิธิรัฐบุรุษ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ คนสนิทระดับ ลูกป๋า
ถูกตำรวจออกหมายเรียก เพื่อที่จะดำเนินคดี กรณีที่โพสต์ข้อความผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ ว่ามีนายทหารยศพลเอกพัวพันการซื้อขายตำแหน่งในการแต่งตั้งตำรวจ
เมื่อมีหมายเรียกจากตำรวจ พล.ร.อ.
พะจุณณ์ กับ นายนิติธร ล้ำเหลือ ทนาย
ความก็พากันไป เพื่อจะพบ พ.ต.อ.สมพร แดงดี พนักงานสอบสวน
แต่ พล.ร.อ.พะจุณณ์ ไม่เข้าพบพนักงานสอบสวน เพียงแต่ให้นายนิติธร ไปพบยื่นหนังสือแก่ พ.ต.อ.สมพร พร้อม ข้อเรียกร้อง 2 ข้อ คือ
1.ให้ทบทวนข้อกล่าวหา
2.ให้ยกเลิกเพิกถอนหมายเรียกผู้ต้องหาและข้อหาทั้งหมด
สุดท้ายนายนิติธรสรุปว่า ถือว่าวันนี้ (วันที่มีหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาจากพนักงานสอบสวน) ยังไม่เข้าสู่ขั้นตอนการรับทราบข้อกล่าวหา และการมอบตัว
ด้วยมาตรฐานนี้ จึงสงสัยว่า จากนี้ไปผู้ถูกกล่าวหารายอื่นๆ ในคดีอื่นๆ สามารถ เรียกร้อง นอกเหนือจาก สิทธิ ที่ ป.วิอาญาบัญญัติไว้ เช่นเดียวกับ พล.ร.อ.พะจุณณ์ได้หรือไม่ !?!!

