เมื่อช่วงดึกของคืนวันที่ 13 ธันวาคม พ.ต.ต.มนัส วงค์โคกสูง ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองเลย ได้รับแจ้งจากสายตรวจ ป้อมตำรวจจุดบ้านนาแขมว่ามีเหตุคนร้ายลักลอบเผาบ้านประชาชน ชาวบ้านได้จับกุมตัวไว้ได้ และรุมประชาทัณฑ์น่วมทั้งตัว ที่บริเวณบ้านนาแขม หมู่ 7 ตำบลนาแขม อำเภอเมือง จังหวัดเลย ซึ่งเป็นบ้านของนายสมจิตร์ พรหมภัดดี อายุ 57 ปี จึงรุดไปที่เกิดเหตุ พร้อมกับเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยสว่างคีรีธรรม
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบกำนันบ้านนาแขม เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจบ้านนาแขม และชาวบ้านกว่า 30 คน ทำการจับกุมคนร้าย ที่ลอบวางเพลิงบ้าน โดยชาวบ้านได้ร่วมกันทำการรุมประชาทัณฑ์ มีสภาพยับเยิน เลือดไหลอาบเต็มหน้า เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างคีรีธรรมได้เร่งปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้ทราบชื่อคนร้าย นายอำพล พรหมศรีจันทร์ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 127 หมู่ที่ 8 บ้านจอมศรี ตำบลจอมศรี อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย
จากการสอบสวนทราบว่าคนร้าย ได้มาพร้อมระเบิดเพลิง ที่ทำจากขวดน้ำพลาสติก บรรจุน้ำมันเบนซินเต็มขวด และเจาะฝาปิดใช้ผ้าทำเป็นชนวน หลังจากมาจอดรถที่หน้าบ้าน แล้วตะโกนว่า บ้านใคร ไม่มีคนตอบ ก็จุดไฟที่ระเบิดเพลิง แล้วโยนไปที่หลังคาหน้าบ้าน ที่เป็นไพรหญ้า ทันที
และจากการสอบถามนายสมจิตร์ พรหมภักดี เจ้าของบ้านหลังดังกล่าว เล่าว่า ขณะเกิดเหตุ ตนอยู่บ้านพร้อมกับครอบครัว แล้วได้ยินเสียงดังมาจากหน้าบ้าน จึงออกมาดูเห็นไฟกำลังไหม้จึงได้ตะโกนว่าไฟไหม้ให้เพื่อนบ้านได้ยิน พอเพื่อนบ้านได้ยิน จึงออกมาช่วยกันดับไฟ โชคดีที่ช่วยกันดับไฟได้ก่อน ไฟไหม้เฉพาะหน้าบ้าน ยังไม่ลามเข้าไปถึงตัวบ้าน หลังจากไฟสงบชาวบ้านได้เห็นคนร้ายยังอยู่ในบริเวณบ้าน ซึ่งตนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ชาวบ้านก็ไม่รู้จัก จึงเข้าค้นตัว พบระเบิดเพลิง ยาบ้า และพูดคุยไม่รู้เรื่อง ชาวบ้านจึงรุมสกรัมด้วยความแค้น
ทั้งนี้หลังจากที่เจ้าบ้านได้ทำการจับกุม และเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจมาแล้ว นายอำพล คนวางเพลิง ได้สารภาพว่า ตนพึ่งเสพยาบ้ามา 1 เม็ด และเตรียมน้ำมันเบนซินมาทำเป็นระเบิดขวด พอมาจอดรถหน้าบ้านหลังนี้ แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นบ้านใคร พอตะโกนเรียกว่าบ้านใคร ไม่มีใครตอบ ตนก็จุดระเบิดขวด แล้วโยนใส่หลังคาบ้านหลังนี้เลย
และจาการตรวจค้นตัวยังพบแกลลอนน้ำมันเบนซิน 5 ลิตร ระเบิดเพลิงอีก 3 ขวดเล็ก ซึ่งใส่มาในถุงย่าม และยังพบยาบ้าอยู่ในกระเป๋ากางเกงด้านยีนส์ ด้านหลังอีก 48 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการจับกุม และส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมือง เพื่อทำการสอบสวน และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป




