วันที่ 15 ธันวาคม 2560 นายคันฉัตร ตันเสถียร ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม พร้อมนายชนะ อินทรโชติ นายก อบต.บ้านปรกและคณะ ลงพื้นที่ตรวจติดตามปัญหาตลิ่งริมแม่น้ำแม่กลองพื้นที่หมู่ 1 ต.บ้านปรก อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม พังลงน้ำสูงเกือบ 2 เมตร ลึกเข้ามาในพื้นดินเกือบ 10 เมตร เป็นแนวยาวกว่า 50 เมตร
จากการตรวจสอบเบื้องต้น ทราบว่าบริเวณดังกล่าวเป็นของกรมทางหลวงชนบท ก่อนเกิดเหตุกรมทางหลวงชนบทได้ว่าจ้างผู้รับเหมามาสร้างเขื่อนกั้นตลิ่งไม่ให้พัง ซึ่งผู้รับเหมาได้หล่อแบบแผ่นกันดินจำนวนมากวางไว้ริมตลิ่ง ประกอบกับช่วงเกิดเหตุน้ำในแม่น้ำแม่กลองลงมาก ไม่มีน้ำมาพยุงตลิ่ง จึงทำให้ดินไม่สามารถรับน้ำหนักได้จึงพังลงมาดังกล่าว
น.ส.รัตนาภรณ์ ญาณประภาศิริ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 78/1 หมู่ 1 ต.บ้านปรก กล่าวว่า เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ขณะที่กลับจากรับประทานอาหารข้างนอก เห็นตลิ่งข้างบ้านโล่งผิดปกติก็เข้าไปดู พบว่าพื้นดินหายไปในน้ำเป็นทางยาวกว่า 50 เมตร เกือบถึงบ้านของตน ตนกลัวมาก เพราะขณะนั้นเป็นช่วงน้ำลง จึงเห็นความลึกลงไปเกือบ 2 เมตร จึงไม่ได้นอนทั้งคืน เกรงว่าบ้านของตนซึ่งอยู่ติดกันจะพังลงน้ำไปด้วย จึงวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ไขป้องกันตลิ่งพังให้กับชาวบ้านด้วย

นางนงเยาว์ รุ่งทองใบสุรีย์ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 79 หมู่ 1 ต.บ้านปรก กล่าวว่า เมื่อกลางดึกขณะที่ตนกำลังนอนหลับ เพื่อนบ้านเรียกให้ตื่นมาดูตลิ่งพังลงน้ำ ตกใจกลัวมาก เพราะตลิ่งพังลึกเข้ามาเกือบ 10 เมตร จะถึงบ้านตนอยู่แล้ว จึงฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยชาวบ้านก่อนที่บ้านจะพังลงน้ำ
นายคันฉัตร ผู้ว่าฯสมุทรสงคราม กล่าวว่า เบื้องต้นได้สั่งให้ผู้รับเหมาดำเนินการแก้ไขป้องกันไม่ให้ตลิ่งพังเข้ามาอีก เช่น ตอกเสาเข็มกั้นตลิ่ง หรือถมดิน เป็นต้น รวมทั้งเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ ส่วนระยะยาวได้สั่งให้ส่วนราชการต่างๆ ที่จะก่อสร้างเขื่อนกั้นตลิ่ง ให้หล่อแผ่นคอนกรีตทำพนังกั้นในที่ปลอดภัย

