เซลส์แมนวูบ พุ่งชนกระบะขนคนงาน เจ็บระนาวนอนร้องขอความช่วยเหลือเกลื่อนถนน ดับแล้ว 1

16.12.17 | 09:47 น.

เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 16 ธันวาคม พ.ต.ท.พลัฏฐ์ ทับทิม รอง ผกก.(สอบสวน) สน.ทางด่วน1 รับแจ้งเหตุมีอุบัติเหตุรถยนต์ชนกันมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก บริเวณบนทางด่วนพิเศษฉลองรัช แขวงคลองถนน เขตสายไหม กทม. จึงรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยทาง พิเศษฉลองรัช มูลนิธิร่วมกตัญญู และเจ้าหน้าที่กู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุเป็นถนน 4 เลนอยู่บริเวณทางขึ้นทางด่วนมุ่งหน้าจตุโชติ กม.22+900 ฝั่งขาออก บริเวณเลนซ้ายสุดพบรถยนต์นั่งส่วนบุคคลยี่ห้อมาสด้า รุ่นมาสด้า2 สีแดง ทะเบียน กฉ 988 ปทุมธานี สภาพรถหันหน้ากลับ บริเวณหน้ารถพังยับเยิน ตรวจสอบภายในรถพบนายวาที ช้างพลายเพชร อายุ 32 ปี เป็นผู้ขับขี่ ได้รับบาดเจ็บบริเวณหน้าอก ห่างออกไป 100 เมตร พบรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นรีโว่ สีขาว ทะเบียน 2ฒข 8384 กรุงเทพมหานคร สภาพโดนชนท้ายรถด้านขวา ข้างตัวรถได้รับความเสียหายจากการกระแทกกับแท่งแบริเออร์ข้างทาง จากตรวจสอบภายในรถพบนายนิมิตร ทะหมุน อายุ 51 ปี เป็นผู้ขับขี่ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และยังมีคนงานเป็นชาย 1 คน นั่งอยู่ข้างคนขับหมดสติอยู่ภายในรถ เจ้าหน้าที่ต้องนำร่างออกมาทำการช่วยเหลือเป็นการด่วนก่อนที่ชายดังกล่าวจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา

นอกจากนี้บริเวณที่เกิดเหตุโดยรอบมีผู้บาดเจ็บนอนร้องขอความช่วยเหลือเกลื่อนถนน เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องรีบนำผู้บาดเจ็บเข้าข้างทาง เพื่อทำการปฐมพยาบาลก่อนนำผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่ง รพ.พญาไทนวมินทร์ 8 คน เป็นชาย 5 คน หญิง 3 คน รพ.นพรัตน์จำนวน 4 คน เป็นชาย 2 คน หญิง 2 คน และ รพ.สายไหมเป็นชาย 1 คน รวมมีผู้บาดเจ็บจำนวน 13 คน

จากการสอบถามนายวาทีกล่าวว่า ตนมีอาชีพเป็นเซลส์แมนให้กับบริษัท บี แอนด์ เจ เอ็นเตอร์ไรส์ จำกัด ก่อนเกิดเหตุตนกำลังเดินทางกลับที่พักย่านปทุมธานีหลังตนเพิ่งจะกลับจากการออกบูธแถวสีลม เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุตนเกิดอาการวูบไปก่อนจะมารู้สึกตัวอีกทีรถของตนก็ชนท้ายกระบะเข้าอย่างแรงจนทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว

Advertisement

นายนิมิตรกล่าวว่า ตนเพิ่งรับคนงานจำนวน 10 กว่าคนมากจากย่านประตูน้ำเพื่อเดินทางไปทำงานที่ย่านสายไหม เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุขณะที่ตนกำลังขับรถอยู่ที่เลนซ้ายสุด จู่ๆ ก็มีรถยนต์พุ่งชนด้านท้ายรถอย่างแรงจนทำให้รถเสียหลักชนเข้ากับข้างทาง

ด้าน พ.ต.ท.พลัฏฐ์  กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้แจ้งข้อหากับผู้ใด เพราะต้องรอสอบปากคำผู้บาดเจ็บก่อน ซึ่งหลังจากนี้จะให้ทาง รพ.ที่ผู้ขับขี่รถยนต์ทั้ง 2 คัน รักษาตัวอยู่ตรวจเลือดเพื่อหาผลปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดว่ามีหรือไม่ และต้องตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุ ก่อนจะนำมาสรุปสำนวนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ส่วนชายที่เสียชีวิตจากเหตุดังกล่าวขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นใคร เนื่องจากตามตัวไม่พบเอกสารระบุตัวตน ซึ่งจะต้องนำศพส่งนิติเวชรพ.ตร. เพื่อชันสูตรหาสาเหตุของการเสียชีวิตและพิสูจน์บุคคลจากลายนิ้วมือว่าผู้ตายเป็นใครก่อนจะทำการติดต่อญาติให้มารับศพเพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลต่อไป