อยากถามทำไมต้องฆ่า! คำถามคาใจพ่อพลทหาร หลังลูกถูกยิงดับ ผบช.ภ.3 สั่งล่าตัวแล้ว

16.12.17 | 14:48 น.

เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม จากกรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นยิงแสกหน้าพลทหารภัทรภูมิ กางโคกกรวด อายุ 22 ปี ทหารสังกัดกองพันทหารราบที่ 3 มหาดเล็กรักษาพระองค์ กรุงเทพมหานคร ถึงแก่ความตายที่บ้านเลขที่ 228 หมู่ 9 บ้านหนองเป็ดน้ำ ต.โคกกรวด อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา และกระสุนปืนลูกซองยังไปถูก น.ส.ชนิกานต์ กางโคกกรวด อายุ 18 ปี น้องสาวพลทหารภัทรภูมิ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งนั่งอยู่ใกล้ๆ กระสุนเข้าที่ท้องทะลุปอด อาการสาหัส ถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลเทพรัตน์ โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นต่อหน้าเด็กหญิงวัย 3 ขวบ ซึ่งเป็นลูกสาวของพลทหารภัทรภูมิ เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 14 ธันวาคม ที่ผ่านมา

พ.ต.ท.ศิริชัย โสมอินทร์ พนักงานสอบสวน สภ.โพธิ์กลาง อ.เมือง จ.นครราชสีมา เจ้าของคดีเปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยานแวดล้อมไปแล้ว 15 ปาก และตำรวจชุดสืบสวนได้เชิญบุคคลต้องสงสัยมาสอบปากคำและทำประวัติก่อนจะปล่อยตัวไป ทั้งนี้ พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 สั่งการให้เร่งรัดคดีและติดตามจับกุมตัวคนร้ายรายนี้ให้ได้โดยเร็ว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ โดยผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ได้ตั้งชุดสืบสวน 3 ชุด ประกอบด้วยชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค3, ชุดสืบสวนตำรวจภูธรนครราชสีมา และชุดสืบสวนตำรวจภูธรโพธิ์กลาง เพื่อประสานงานกันลงพื้นที่สืบสวนหาเบาะแสและค้นบ้านผู้ต้องสงสัย ซึ่งขณะนี้ตำรวจทราบแล้วว่าผู้ที่ลงมือยิงพลทหารภัทรภูมิเป็นใคร คาดว่าจะหลบหนีออกจากพื้นที่ไปแล้วทั้งสองคน โดยสัปดาห์หน้าตำรวจจะขอศาลออกหมายจับคนร้ายทั้งสองต่อไป

นายวรภพ กางโคกกรวด อายุ 52 ปี พ่อของพลทหารภัทรภูมิกล่าวว่า รู้สึกสะเทือนใจที่ต้องมาสูญเสียลูกชายไปอย่างกะทันหันเพราะผู้ตายเป็นความหวังของครอบครัว โดยลูกบอกกับตนว่าที่สมัครไปรับใช้ชาติเพราะตั้งใจจะสอบเข้าโรงเรียนนายสิบให้ได้ หวังว่าจะได้รับราชการทหารมีอาชีพที่มั่นคงและจะช่วยเลี้ยงดูพ่อแม่และลูกสาววัย 3 ขวบ โดยตนก็บอกกับลูกตลอดว่า ครอบครัวเรายากจนพ่อก็รับจ้างทำงานก่อสร้างและแม่ก็รับจ้างทั่วไปไม่ได้มีทรัพย์สินอะไรที่จะทิ้งไว้ให้เขาได้ และเขาก็บอกว่าจะตั้งใจสอบเรียนต่อเป็นนายสิบให้ได้ ช่วงนี้กลับมาพักหลังฝึกเสร็จและมีกำหนดจะกลับไปฝึกต่อในวันที่ 17 ธันวาคมนี้ แต่ก็มาถูกฆ่าตายก่อน ตนรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก ส่วนน้องสาวคือ น.ส.ชนิกานต์ที่ถูกยิงบาดเจ็บสาหัส กระสุนทะลุปอด ก็เป็นความหวังของครอบครัวเช่นเดียวกัน ตอนนี้อาการบาดเจ็บแพทย์บอกว่ายังไม่ดีขึ้นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลาเพราะกระสุนทะลุปอดต้องย้ายไปผ่าตัดที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ทางบ้านก็ไม่ได้มีฐานะอะไร เงินค่าทำศพและค่ารักษาลูกก็ยังไม่มี ตนหวังว่าตำรวจจะจับคนร้ายมาลงโทษให้ได้และอยากจะถามเขาดูว่า ทำไมจะต้องฆ่าลูกชายตนเองด้วย