ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. ที่สถานีตำรวจภูธรขลุง อ.ขลุง จ.จันทบุรี พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. ลงพื้นที่ มอบนโยบายให้กับตำรวจ สภ.ขลุง ก่อนเดินทางไปเยี่ยม ให้กำลังใจครอบครัว นายกฤษณะ ถาวร นิสิตปริญญาโท เหยื่อรถเบนซ์ชนจนไฟคลอกเสียชีวิต 2 ราย เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ที่ผ่านมา
ที่บ้านคลองขลุง หมู่ 9 ต.เกวียนหัก อ.ขลุง จ.จันทบุรี นายกล้าณรงค์ พงษ์เจริญ รองผวจ.จันทบุรี , พล.ต.จรัล จิตเจือจุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรขลุง จ.จันทบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ ตร.สภ.ขลุง เจ้าหน้าที่ทหาร ตลอดจน นายไพบูลย์ นางทองทิพย์ ถาวร บิดามารดา ของนายกฤษณะ และครอบครัว ให้การต้อนรับ
โดยพล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร.ได้กล่าว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้มอบหมายให้ตน เข้ามากำกับดูแล ในคดีดังกล่าว โดยกำชับให้ทำงานอย่างเร่งรัด รอบคอบและตรงไปตรงมา ทั้งนี้ รองผบ.ตร ได้มอบเงินมาช่วยเหลือครอบครัวของนายกฤษณะด้วยจำนวนหนึ่ง พร้อมกล่าวขอโทษ ในนามสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าที่ผ่านมามีกระแสสังคมกล่าวหาว่าตำรวจทำงานล่าช้า และมีแนวโน้มว่าจะทำคดีในลักษณะปกป้องผู้กระทำผิด โดยเฉพาะคำให้สัมภาษณ์ของ ผกก.สภ.พระอินทร์ราชา เจ้าของพื้นที่ที่เกิดเหตุ ตลอดจนการทำงานของพนักงานสอบสวน ซึ่งมีความล่าช้า ถูกมองว่า มีแนวโน้มล่าช้า เอนเอียงไปทางผู้ต้องหา ซึ่งมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ตามมาเป็นจำนวนมาก
โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับรายงานในเรื่องดังกล่าว เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม จึงมีคำสั่งให้ย้ายตำรวจทั้งสองนาย ออกจากพื้นที่ และแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนมือดีจำนวน 9 นาย เข้ามาดูแลเรื่องดังกล่าว ส่วนเรื่องคดีได้ทำการอายัดตัว พร้อมตั้งข้อหาให้กับคนขับรถเบนซ์รายนี้โดยเบื้องต้นได้ตั้งข้อหาขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยมีการยึดใบขับขี่ ห้ามขับรถทุกชนิด ห้ามเดินทางออกนอกประเทศโดยผู้ต้องหายังอยู่ในระหว่างขอประกันตัว ซึ่งคดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ จะทำการสอบสวนพยานแวดล้อมในวันเกิดเหตุ ตั้งแต่ผู้ต้องหาขับรถชนแผงกั้น ไปจนถึงที่เกิดเหตุ ระยะทางประมาน 70 กิโลเมตรใช้เวลานานเท่าไร ใช้ความเร็วเกินกว่ากฏหมายกำหนดหรือไม่

