ปส.ค้น 65 เป้าหมายขยายผลทั่วประเทศ ยึดยาเสพติด-รถ-บ้าน รวม 42 ล้าน

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 25 ธันวาคม ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(บช.ปส.) ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. พร้อมพล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. พล.ต.ต.อาชวันต์ โชติกเสถียร รองผบช.ปส. พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ รองผบช.ก. และนายถาวร เนียมนำ ผอ.สำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงานป.ป.ส. ร่วมกันแถลงผลการจับกุมเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญ และแผนป้องกันปราบปรามอาชญากรรมในช่วงเทศกาลวันคริสต์มาสและวันขึ้นปีใหม่ ปี 2561 ในห้วงวันที่ 22 ธันวาคม – มกราคม 2561

พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ กล่าวว่า ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ประชาชนจะเดินทางกันมาก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.จึงได้มีวิทยุสั่งการ เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม กำหนด มาตรการป้องกันปราบปรามปฏิกรรมช่วงเทศกาลคริสต์มาสและวันขึ้นปีใหม่ 2561 เพื่อป้องกันอาชญากรรม และดูแลความปลอดภัยในชีวิตร่างกายและทรัพย์สินให้แก่งประชาชนทั่วประเทศ และตนได้มีวิทยุสั่งการ วันที่ 13 ธันวาคม ให้ทุกหน่วย ระดมปิดล้อมตรวจค้นจับกุมผู้ค้ายาเสพติดและผู้เกี่ยวข้องกับกระบวนการค้ายาเสพติดภายในชุมชน สถานบริการ แหล่งท่องเที่ยว สกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติด รวมทั้งการขยายผลเพื่อทำลายเครือข่ายในการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับคดียาเสพติด

พล.ต.ท.สมหมาย กล่าวว่า จึงให้จัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมในช่วงเทศกาลวันคริสต์มาสและวันขึ้นปีใหม่ปี 2561 ขึ้น เพื่อกวาดล้างปราบปรามจับกุมเครือข่ายกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดทุกประเภทโดยรวมถึงกลุ่มผู้สนับสนุนช่วยเหลือ กลุ่มกระบวนการค้ายาเสพติดต่างๆ และให้ใช้มาตรการยึดทรัพย์สินกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดอย่างเข้มข้นโดยเริ่มปฏิบัติการในห้วงวันที่ 22 ธันวาคม -5 มกราคม 2561 จำนวน 65 เป้าหมาย ในพื้นที่ต่างๆ ดังนี้ กรุงเทพฯ 18 จุด ตำรวจภูธรภาค 1 จำนวน 9 จุด ตำรวจภูธรภาค 2 จำนวน 11 จุด ตำรวจภูธรภาค 3 จำนวน 1 จุด ตำรวจภูธรภาค 4 จำนวน 2 จุด ตำรวจภูธรภาค 5 จำนวน 9 จุด ตำรวจภูธรภาค 7 จำนวน 2 จุด และตำรวจภูธรภาค 9 จำนวน 13 จุด ใช้กำลังเจ้าหน้าที่เข้าร่วมปฏิบัติการในภารกิจจำนวน 780 นาย ประกอบด้วย บช.ปส. 500 นาย บช.ก. 150 นาย ป.ป.ส.30 นาย หน่วยงานอื่นๆ 100 นาย

เป้าหมายปฏิบัติการตามแผนปราบปรามอาชญากรรมในช่วงเทศกาลวันคริสต์มาสและวันขึ้นปีใหม่ปี 2561 มีทั้งหมด 65 เป้าหมาย แบ่งการปฏบัติดังนี้ บก.ปส.1 เข้าตรวจค้นเป้าหมายเครือข่ายปากน้ำสมุทรปราการจำนวน 11 เป้าหมาย จากการจับกุมคดียาเสพติด 2 คดี ประกอบด้วยเมื่อวันที่ 21 กันยายน จับกุมน.ส.อลิษา บุญญะอินทร์ พร้อมไอซ์ 21 กก. ยาบ้า 30,000 เม็ด วันที่ 2 พฤศจิกายน จับกุมนายณรงค์ชัย ขุนเมพ พร้อมยาบ้า 860,000 เม็ด ไอซ์ 43 กก. จากการสืบสวนทราบว่าทั้ง 2 คดีเป็นเครือข่ายปากน้ำสมุทรปราการ มีนายพงษ์ชัย หรือปั้น เทียมทัด กับพวกอยู่เบื้องหลัง จึงได้มีการรวบรวมพยานหลักฐานขอออกหมายจับผู้ร่วมกระทำผิดจำนวน 4 ราย และมีการออกหมายค้น เพื่อจับกุมผู้ต้องหา หาพยานหลักฐาน และตรวจสอบทรัพย์สินในพื้นที่ต่างๆ จำนวน 11 เป้าหมาย

บก.ปส.2 เป้าหมายเครือข่าย “เทียนเอ เดอะซีรีส์” พื้นที่ จ.ระยอง จำนวน 11 เป้าหมาย จากปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 60/6 ผลพวงแห่งความโลภ(เครือข่ายเอกอ้วน) ซึ่งนำไปสู่ปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/1 เสือสิ้นลาย(มินเทียนเอ) ต่อมาบก.ปส.2 ได้ขยายผลจนทราบว่า นางมิน เทียน เอ มีเครือข่ายในพื้นที่จ.ระยอง คือนางเฟิร์น กับพวก จนเป็นที่มาของปฏิบัติการ”เทียนเอ เดอะซีรีส์” ในการปิดล้อมตรวจค้น เพื่อจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ พยานหลักฐาน และตรวจสอบทรัพย์สินจำนวน 11 เป้าหมาย

บก.ปส.3 เป้าหมายเครือข่ายเกาะช้างแม่สายและเครือข่ายม้งเชียงใหม่ขนเฮโรอีน 99 กก. รวม 10 เป้าหมาย สืบเนื่องจากการจับกุมคดียาเสพติด 2 คดี คือเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน สภ.หาดใหญ่ได้ตรวจยึดเฮโรอีนจำนวน 99 กก.ยาบ้า 6,000 เม็ด สืบสวนจนพบว่าเป็นกลุ่มเครือข่ายม้งเชียงใหม่ที่ลักลอบขนยาเสพติดลงสู่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ได้ออกหมายจับ 5 หมาย และเมื่อ 21 กันยายน ตำรวจนครบาลจับกุมน.ส.อลิษา บุญญะอินทร์ พร้อมของกลางไอซ์น้ำหนักประมาณ 21.7 กก.และยาบ้า 30,000 เม็ด จากนั้นสืบสวนขยายผลทราบว่า เครือข่ายเกาะช้าง แม่สาย จ.เชียงราย สามารถออกหมายจับ 1 หมาย จึงเป็นเป้าหมายเพื่อจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับและหาพยานหลักฐานพร้อมตรวจสอบทรัพย์สิน 10 เป้าหมาย

บก.ปส.4 เป้าหมายเครือข่ายสุไหงโกลก 13 เป้าหมาย สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม สภ.ท่าแซะ สภ.สลุย จ.ชุมพร ชุดสืบสวนบก.สส.ภ.8 และตชด.414 ชุมพร จับกุมผู้ต้องหาพร้อมยาบ้าจำนวน 658,000 เม็ด บก.ปส.4 ได้ทำการสืบสวนขยายผลจนทำให้ทราบว่าเป็นกลุ่มเครือข่ายผู้ค้าสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส มีน.ส.ซีตี มะนอ และนายอับดุลรอพี อุแม หรือธวัชชัย เบญมะอูเซ็ง เป็นผู้อยู่เบื้องหลังแล้วจะการสืบสวนทราบว่ามีกลุ่มบุคคลซึ่งเป็นร้านรับแลกเงินในพื้นที่ภาคใต้ มีการขนเงินสดจากสนามบินสุไหงโก-ลกขึ้นมาที่กรุงเทพฯเกือบทุกวัน เชื่อว่าเป็นเงินสดที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด จึงนำไปสู่เป้าหมายจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับทั้งน.ส.ซีตี และนายธวัชชัย กับพวก และหาพยานหลักฐานและตรวจสอบทรัพย์สิน 13 เป้าหมาย จนสามรถจับกุมน.ส.ซีตีได้ ส่วนนายธวัชชัยได้หลบหนีไป

พล.ต.ท.สมหมาย กล่าวว่า การเข้าปฏิบัติการในพื้นที่ชายแดนภาคใต้เป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากจะต้องใช้ความระมัดระวังเพราะอาจถูกซุ้มโจมตีได้ โดยได้ประสานความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่ ป.ป.ส. และบช.ก. เข้าร่วมปฏิบัติการณ์จนสามารถยึดทรัพย์ของผู้ต้องหาได้ การลำเลียงยาเสพติดของเครือข่ายดังกล่าวที่ผ่านมาจะเปิดทางการขนลำเลีบงยาเสพติดไปส่งด้วยการลอบวางระเบิดในพื้นที่อื่น เพื่อเบี่ยงความสนใจของเจ้าหน้าที่ เปิดทางให้การลำเลียงยาเสพติดเป็นไปได้สะดวก

บก.ขส.และบก.สกส. ขยายผลจับกุมยาบ้าและไอซ์รายใหญ่ของบช.น.และเครือข่ายกัญชา 500 กก. จำนวน 20 เป้าหมาย สืบเนื่องจากในช่วงเดือนมิถุนายน-พฤศจิกายน บช.น. ได้จับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาเสพติด 3 คดี ได้แก่ ไอซ์ 21 กก. ไอซ์ 5 กก. และยาบ้า 5 ล้านเม็ด ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล จนเมื่อวันที่ 21-22 พฤศจิกายน บก.ข่าวกรองยาเสพติด บก.สกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดและบก.ปส.4 ได้จับกุมผู้ต้องหาพร้อมกัญชา 500 กก. บช.ปส.จึงได้กำหนดเป้าหมายเพื่อจับกุมและรวบรวมพยานหลักฐานเครือข่ายการทำธุรกรรมทางการเงินและการขนยาเสพติด 20 เป้าหมาย โดยมีจุดสำคัญคือการจับกุมผู้ต้องหาพร้อมกัญชา 500 กก.

พ.ต.อ.สมเกียรติ วรรณสิริวิไล รองผบก.ขส.บช.ปส. เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20-21 ธันวาคม เครือข่ายปากซันได้ส่งยาเสพติดจากชายแดนไทย-สปป.ลาว เข้าสู่พื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยผ่านทางชายแดนจ.หนองคาย และจ.บึงกาฬ ซึ่งเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม นายสุชาติ แสงตะวัน นายสถาพร ก่ำแก้ว และนายสมคิด เสนพิแสง ได้นำรถยนต์บรรทุกกระบะนำกัญชาไปส่งในพื้นที่หนองประจักษ์ จ.อุดรธานี ก่อนขนกัญชาใส่รถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ออกจากจ.อุดรธานี ใช้เส้นทาง ขอนแก่น-นครราชสีมา-กรุงเทพฯ-เขาน้อย เพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ จนกระทั่งเวลา 02.00 น.ได้นำรถบรรทุกพ่วงเข้าตรวจค้นที่ด่านศุลกากร อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ พบของกลางกัญชา 500 กก. พร้อมผู้ต้องหา 2 คน โดยสืบทราบว่านายสุชาติได้นั่งเครื่องบินไปรอรับยาที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จึงขยายผลตรวจค้นเป้าหมายนายสุชาติ ยึดรถยนต์ 2คัน รวมมูลค่า 6.5 แสนบาท จากการสืบสวนขยายผลพบว่าเครือข่ายปากซัน ในปีที่ผ่านมาได้ถูกจับกุมที่สำคัญ 4 ครั้ง ประกอบด้วย 1.เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ได้จับกุมนายประหยัด โพธิ์หล้า พร้อมพวก 4 คน ได้ที่อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี ซึ่งได้ลำเลียงยาบ้า 1.2 ล้านเม็ด กัญชา 1.1 ตัน มาจากอ.รัตนวาปี จ.หนองคาย 2.2 กรกฎาคม จับกุมนายคมสันต์ พลเสนา พร้อมพวก 8 คน ได้ที่อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น ซึ่งได้ลำเลียงยาบ้า 525 กก. จากอ.รัตนวาปี จ.หนองคาย 3.28 กันยายน จับกุมนายโกศล ศรีมงคล พร้อมพวก โดยมีไอซ์ 400 กก. ได้ที่อ.เมือง จ.ขอนแก่น ต่อเนื่องภาคใต้ และ4.จับกุมนายสุชาติและพวกได้ของกลางกัญชา 520 กก.

พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับผลปฏิบัติตั้งแต่ 22-25 ธันวาคม ได้จับกุม 21 คดี ผู้ต้องหา 23 คน ยึดของกลางยาบ้า 100,248 เม็ด ไอซ์ 42.34 กก. กัญชา 520 กก. กระท่อม 1 กก. ฝิ่นดิบ 3.4 กก. อาวุธปืน 1 กระบอก กระสุนปืน 14 นัด ยึดทรัพย์เงินสด 158,000 บาท ทรัพย์สินอื่นๆ 42,495,000 บาท รถยนต์ 26 คัน รถจักรยานยนต์ 5 คัน บ้านพร้อมที่ดิน 3 หลัง รวมมูลค่าทรัพย์สิน 42,653,000 บาท

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon