จากกรณี น.ส.แพรวา อดีตเยาวชน ขับรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค ทะเบียน ฎว 8461 กรุงเทพมหานคร ด้วยความเร็วสูงเกินพุ่งชนรถตู้โดยสาร ทะเบียน 13-7795 กรุงเทพมหานคร จนเสียหลักหมุนชนขอบกั้นทางโทลล์เวย์พลิกคว่ำ จนมีผู้เสียชีวิตรวม 9 ราย ถูกศาลชั้นต้นตัดสินวันที่ 31 สิงหาคม 2555 ให้จำคุก 3 ปี ฐานขับรถโดยประมาท ก่อนศาลอุทธรณ์จะเพิ่มโทษอีก 1 ปี รวมเป็น 4 ปี พร้อมทั้งให้บำเพ็ญประโยชน์ปีละ 48 ชั่วโมง (ชม.) จนครบ 4 ปี ภายหลังถูกศาลตัดสินมีกระแสข่าวว่า น.ส.แพรวาไม่ยอมมารายงานตัวและทำตามเงื่อนไขของกรมคุมประพฤติ
เมื่อวันที่ 21 มีนาคม ที่กระทรวงยุติธรรม พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า คดีนี้ตนไม่ได้ลงไปดูมาก แต่อธิบดีกรมคุมประพฤติรายงานมา ต้องบอกก่อนว่าตนไม่แม่นกฎหมาย เพราะไม่ใช่นักกฎหมาย ตามปกติกรมคุมประพฤติจะปฏิบัติตามคำสั่งศาลเท่านั้น หากเจ้าหน้าที่ไม่ปฏิบัติตามก็จะผิดกฎหมาย มาตรา 157 ฐานการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เมื่อศาลสั่งแล้วต้องปฏิบัติตาม ตามขั้นตอนเมื่อศาลสั่งแล้วผู้ถูกคุมประพฤติจะต้องประสานกรมคุมประพฤติว่าจะให้ไปช่วยเหลือสังคมหรือบำเพ็ญประโยชน์ที่ไหน เมื่อไหร่ และใครเป็นผู้เซ็นเอกสาร ไม่งั้นใครจะไปบำเพ็ญประโยชน์ที่ไหนก็ได้และให้ใครลงนามก็จบซิ ไม่งั้นคนที่ถูกศาลสั่ง 100 คนก็ทำแบบนี้หมดแล้ว

ต่อมาเวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุม กรมคุมประพฤติ พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุมประพฤติ แถลงข่าวว่า ในส่วนกรมคุมประพฤติมีหน้าที่ทำตามคำสั่งศาล ให้ควบคุมดูแลผู้ที่กระทำผิด หรือผู้ที่ถูกศาลสั่งจำคุกและศาลเมตตาให้มาอยู่ในความดูแลกรมคุมประพฤติ บำเพ็ญประโยชน์ตามที่กำหนด ห้ามกระทำผิดเงื่อนไข และห้ามเที่ยวสถานบันเทิง ส่วนกรณีเคสของ น.ส.แพรวานั้น เบื้องต้นทราบว่าศาลชั้นต้นสั่งรอลงอาญา 3 ปี และศาลอุทธรณ์เพิ่มอีก 1 ปี รวมเป็น 4 ปี และให้กรมคุมประพฤติดูแลบำเพ็ญประโยชน์ ปีละ 48 ชม. 4 ปี 192 ชม. ครบกำหนดวันที่ 31 สิงหาคม ซึ่ง 3 ปีที่ผ่านมา น.ส.แพรวาไม่ได้มารายงานตัวและบำเพ็ญประโยชน์ตามที่ศาลสั่ง เนื่องจากอ้างว่าติดเรียน จากรายงานต้องชม น.ส.แพรวาด้วยว่ามีผลการเรียนที่ดี และไม่มีรายงานว่าไปเที่ยวสถานบันเทิง หรือทำเรื่องผิดระเบียบ กระทั่งช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา น.ส.แพรวาได้ไปบำเพ็ญประโยชน์ที่ รพ.พระมงกุฎฯจำนวน 90 ชม. โดยที่ไม่ได้ประสานกับเจ้าหน้าที่คุมประพฤติเขตนนทบุรี พื้นที่ในเขตที่พัก ประกอบกับ รพ.พระมงกุฎฯไม่ได้เป็นภาคีกับกรมคุมประพฤติ เลยเกิดปัญหาว่า เจ้าหน้าที่ไม่ได้รับทราบและรับรู้ว่า น.ส.แพรวาบำเพ็ญประโยชน์ช่วยเหลือผู้ป่วยประสบอุบัติเหตุตามเจตนารมณ์ที่ศาลได้สั่ง เพื่อให้รู้ว่าคนที่ประสบอุบัติเหตุนั้นเป็นอย่างไรจะได้ปรับปรุงนิสัย ก่อนจะให้เจ้าหน้าที่ รพ.พระมงกุฎฯเซ็นเอกสารรับรอง แล้วให้ทนายไปยื่นต่อศาลเอง โดยไม่ได้ประสานกรมคุมประพฤติ
“นอกจากนี้ทราบว่าผู้ปกครอง น.ส.แพรวาได้ไปร้องผู้ตรวจการแผ่นดินว่า เจ้าหน้าที่กรมคุมประพฤติข่มขู่ หรืออาจมีการลวนลามด้วย จากรายงานทราบว่าเจ้าหน้าที่กรมคุมประพฤติที่ไปติดต่อ น.ส.แพรวานั้นไม่ได้อยู่กัน 2 ต่อ 2 และไม่น่าจะมีการลวนลาม อาจมีการพูดในเชิงกฎหมายว่าหากไม่ปฏิบัติตามศาลสั่งจะมีผลต่อเงื่อนไขการคุมประพฤติในอนาคตได้ ปัจจุบันเรื่องนี้อยู่ในขั้นตอนศาล ศาลรับเอกสาร น.ส.แพรวาไปแล้ว กรมคุมประพฤติไม่อาจก้าวล่วงได้ รอพิจารณาไต่สวนวันที่ 21 มิถุนายนนี้ และรอคำวินิจฉัยผู้ตรวจการแผ่นดินด้วย” พ.ต.อ.ณรัชต์กล่าว
พ.ต.อ.ณรัชต์กล่าวว่า ที่ผ่านมามีจำเลยที่ศาลสั่งให้กรมคุมประพฤติดูแลประมาณ 330,000 ราย แต่ผู้ที่ไม่ปฏิบัติตาม ไม่มารายงานตัวกับเจ้าหน้าที่มีประมาณ 53,000 ราย หรือประมาณ 17% หลังจากนี้จะนำเข้า ครม.เพื่อขอให้แก้กฎหมายให้เจ้าหน้าที่คุมประพฤติมีอำนาจหน้าที่ในเหมือนเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากผู้ที่ศาลสั่งคุมประพฤติไม่ปฏิบัติตาม ไม่บำเพ็ญประโยชน์ และมีการหลบหนี เจ้าหน้าที่กรมคุมประพฤติสามารถขอหมายค้นจากศาลและตามจับกุมตัวได้เลย เพื่อต่อไปกันการหลบหนีบิดพลิ้วของผู้ที่ศาลสั่งให้คุมประพฤติ กฎหมายจะได้ศักดิ์สิทธิ์

