ความคืบหน้าคดี นายเจนภพ วีรพร อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาขับรถเมอร์เซเดส เบนซ์ หมายเลขทะเบียน ษง 3333 กรุงเทพมหานคร พุ่งชนรถเก๋ง 2 นักศึกษาปริญญาโท จนไฟลุกท่วมรถคลอกเสียชีวิต บนถนนพหลโยธิน กิโลเมตรที่ 53 บริเวณทางแยกต่างระดับบางปะอิน เมื่อวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมา โดยตำรวจแจ้งข้อหาขับรถยนต์โดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และทรัพย์สินเสียหาย พร้อมนำตัวไปฝากขังผลัดแรก ก่อนทนายยื่นเงินสด 200,000 บาท ขอประกันตัวชั่วคราว เพื่อไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลสมิติเวช โดยศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาอนุญาตและสั่งห้ามออกนอกประเทศ
ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 มีนาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รองโฆษก ตร.) เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินคดี ว่า ล่าสุดพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาขับรถโดยเมาสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่นหรือหย่อนความสามารถในการขับขี่ ตาม พ.ร.บ.การจราจรทางบก ปี 2522 ข้อหาดังกล่าว นายเจนภพให้การปฏิเสธ รับสารภาพเพียงข้อหาขับรถประมาทเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต ทั้งนี้ช่วงเช้าที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มอบหมายให้ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. ลงพื้นที่ไปพูดคุยและให้กำลังใจญาติผู้เสียชีวิตที่ จ.จันทบุรี พร้อมนำความคืบหน้าคดีให้ทราบและยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำทุกอย่างตรงไปตรงมา ขณะเดียวกันคาดว่าช่วงบ่ายวันนี้น่าจะทราบผลการตรวจสอบยาที่พนักงานสอบสวนส่งไปยังโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยาให้ตรวจสอบว่าเป็นยาอะไร อยู่ในกลุ่มไหน มีผลต่อการขับขี่รถยนต์หรือไม่อย่างไร โดยจะแจ้งข้อมูลให้ทราบเมื่อผลออกมาแล้วอีกครั้ง
พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวต่อว่า สำหรับหลักฐานอื่นๆ เช่น กล้องวงจรปิดหรือพยานแวดล้อมอย่างอื่น ยังไม่สามารถเปิดเผยได้เนื่องจากเป็นเรื่องที่อยู่ในสำนวน นอกจากนี้ยังมีคำสั่งให้ ผกก.ในพื้นที่ไปช่วยราชการ 15 วัน เพื่อไม่ให้ยุ่งกับสำนวน และตั้งคณะทำงานขึ้นมาดำเนินการในเรื่องนี้แล้ว เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย ยืนยันว่าคดีนี้การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจตรงไปตรงมาตั้งแต่ต้น ส่วนจะมีการพิจารณายกเลิกใบขับขี่รถยนต์หรือไม่นั้น ต้องดูที่กรมการขนส่งทางบกที่มีอำนาจในเรื่องนี้โดยตรง และพนักงานสอบสวนมีหน้าที่ทำเรื่องไปยังกรมการขนส่งทางบกเพื่อให้พิจารณาว่าจะเพิกถอนในอนุญาตขับขี่รถยนต์หรือไม่
พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวอีกว่า ส่วนกระแสข่าวว่านายเจนภพเป็นโรคไบโพล่าร์หรือไม่นั้นทางตำรวจไม่สามารถระบุได้ ต้องรอแพทย์ตรวจพิสูจน์ รวมถึงในส่วนของการคำนวณปริมาณยาที่นายเจนภพกินเข้าไป ว่ามากหรือน้อยขนาดไหน ก่อนเกิดเหตุคาดว่าน่าจะได้ความคืบหน้าเร็วๆ นี้ ส่วนกรณีที่เขาปฏิเสธว่ากลัวเข็มนั้นเจ้าหน้าที่คงต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการดำเนินคดีของเจ้าหน้าที่ไม่เลือกปฏิบัติว่าใครรวยใครจน ขอให้ประชาชนสบายใจ รวมถึงหากมีการกดดันหรือพยายามติดสินบนเจ้าหน้าที่อาจมีความผิดตามกฎหมายอีกด้วย

