จากกรณีระบบดับเพลิง สารไพโรเจน หรือแอโรซอล ภายในห้องมั่นคงนิติกรรมหลักประกันและบริหารหลักประกัน ชั้นใต้ดินของธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ รัชโยธิน ถ.รัชดาภิเษก แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. ทำงานอัตโนมัติจนมีผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต 8 รายและบาดเจ็บ8รายเมื่อกลางดึกวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมา ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีได้ออกหมายจับและแจ้งข้อหาผู้ที่เกี่ยวข้องไปแล้ว 7 ราย กระทั่งวันนี้ออกหมายจับนายบุญเสริม กระจาด อายุ35ปี วิศวกร บริษัทเอบิต มัลติซิสเต็ม จำกัด เป็นรายที่8นั้น
ล่าสุด เมื่อเวลา18.00น. วันที่21มีนาคม ที่สน.พหลโยธิน นายบุญเสริม เข้าพ.ต.ท.เฉลียง อินทิพย์ รองผกก.(สอบสวน)สน.พหลโยธิน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาฐานกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ได้รับอันตรายสาหัส และได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ โดยมี พล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 ได้เดินทางมาร่วมสอบสวนด้วย โดยใช้เวลากว่า 2 ชม.
พล.ต.ต.เจริญ กล่าวว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยรับว่าวันเวลาที่เกิดเหตุเป็นวิศวกรคุมคนงานของบริษัทเอบิต มัลติซิสเต็ม จำกัด ที่รับช่วงต่อมาจาก บริษัท เมก้า แพลนเน็ต จำกัด เพื่อมาควบคุมดูแลการวางท่อระบบดับเพลิงภายในอาคารจากระบบเดิมใช้สารไพโรเจน เป็นระบบสารไนโตรเจน โดยได้เข้ามาควบคุมคนงานตั้งแต่เวลาประมาณ 10.00 น. แต่ได้ออกไปจากจุดเกิดเหตุในเวลา 16.00 น. ก่อนเกิดเหตุ
“สำหรับสาเหตุที่ต้องออกหมายจับครั้งนี้เนื่องจากเจ้าตัวละทิ้งการทำหน้าที่ และให้ความรู้แก่คนงานที่มาทำงานในพื้นที่ไม่เพียงพอ ส่วนรายละเอียดเชิงลึกต้องขอเก็บไว้ในสำนวนการสอบสวน อย่างไรก็ตามทางผู้ต้องหาได้ขอยื่นประกันตัววงเงิน 200,000 บาท ในชั้นพนักงานสอบสวนได้อนุมัติให้ประกัน เนื่องจากเจ้าตัวให้ความร่วมมือในการสอบปากคำเป็นอย่างดี ตั้งแต่หลังเกิดเหตุได้เข้ามาให้ข้อมูลแก่ทางเจ้าหน้าที่” ผบก.น.2 กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างทำการสอบสวนผู้ต้องหาภายในห้องประชุมของ สน. ไม่อนุญาตสื่อมวลชนเข้าไปด้านใน ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ได้นำเครื่องดูดฝุ่นที่กลุ่มคนงานใช้ในวันที่เกิดเหตุมาร่วมสอบถามข้อมูลกับนายบุญเสริมด้วย

