‘เครือข่ายชาวพุทธ’ ยื่นหนังสือหนุน’บิ๊กต๊อก’ตรวจรถโบราณ’สมเด็จช่วง’ตามกฎหมาย

22.03.16 | 12:47 น.

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 22 มีนาคม ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นางกัญจนชรัศม์ ศริญญาวัจน์ ผู้ประสานงานชมรมพุทธบริษัทสี่ดำรงธรรม และนางบุษบา ตวงทอง ผู้ประสานงานเครือข่ายปกป้องพระธรรมวินัยแห่งประเทศ พร้อมตัวแทนเครือข่ายชาวพุทธ 10 เครือข่าย ประมาณ 20 คนยื่นหนังสือถึงพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอสนับสนุนการดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย กรณีการตรวจสอบรถยนต์โบราณ ยี่ห้อเมอร์เซเดสเบนซ์ ทะเบียน ขม 99 กรุงเทพมหานคร ของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ โดยมี พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีดีเอสไอ เป็นผู้รับเรื่อง

นางบุษบา กล่าวว่า จากกรณีเครือข่ายพระธรรมจาริกแห่งประเทศไทย กลุ่มพระสงฆ์นักพัฒนาตามอุดมการณ์แผ่นดินทองภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และกลุ่มพระสงฆ์เพื่อสันติภาพชายแดนใต้ ออกแถลงการณ์กล่าวหาพล.อ.ไพบูลย์ กรณีให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน แสดงความก้าวร้าวต่อประมุขสงฆ์ดูหมิ่นดูแคลนผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชนั้น แล้วเรียกร้องให้พล.อ.ไพบูลย์ แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่ง เพื่อแสดงความรับผิดชอบนั้น ทางเครือข่ายภาคประชาชนรวม 10 เครือข่ายเห็นว่า แถลงการณ์ของกลุ่มพระภิกษุดังกล่าวเป็นการบิดเบือนและใส่ความ เพราะจากการตรวจพบพล.อ.ไพบูลย์ ได้ให้สัมภาษณ์ที่ให้เกียรติกับสมเด็จช่วงอย่างเต็มที่แล้ว

นางบุษบา กล่าวต่อว่า แต่พล.อ.ไพบูลย์ได้กล่าวตำหนิคณะทนายความของสมเด็จช่วงที่ไม่ได้ให้เกียรติและใช้วาจาไม่เหมาะสมแก่พนักงานสอบสวนดีเอสไอ อีกทั้ง ทนายความยังแถลงข่าวภายหลังโดยใช้แง่มุมพลิกแพลงบิดเบือนข้อกฎหมาย ทำให้ประชาชนอาจเข้าใจผิดในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวนดีเอสไอ ซึ่งพล.อ.ไพบูลย์กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวด้วยความห่วงใยสมเด็จช่วง เพราะเกรงว่าจะเสียหายจากการกระทำของคณะนายความ ดังนั้นการที่พล.อ.ไพบูลย์จะให้ดีเอสไอดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายในกรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่ถูกต้อง เพราะสอดคล้องกับความเห็นของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ที่กล่าวไว้ในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ที่ผ่านมา ว่า “ทุกอย่างจะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายอันเดียวกัน เลือกปฏิบัติไม่ได้ ไม่ฉะนั้นอีกฝ่ายก็เอากฎหมายนี้มาเล่นงานพวกข้างนี้ ข้างนี้เอากฎหมายอีกอันมาข้างนี้จะทำยังไง กฎหมายสงฆ์ก็กฎหมายสงฆ์ กฎหมายฆราวาสก็กฎหมายฆราวาส แต่ทั้งพระสงฆ์ ฆราวาส อยู่ภายใต้กฎหมายรัฐ”

“ทางเครือข่ายจึงสนับสนุนและขอเป็นกำลังใจให้พล.อ.ไพบูลย์ดำเนินการตามแนวทางของพล.อ.ประยุทธ์ คือ ให้ดีเอสไอดำเนินการตามกฎหมายต่อกรณีการตรวจสอบรถยนต์โบราณของสมเด็จช่วง จึงเป็นการสร้างความเป็นธรรมและความถูกต้องให้ปรากฎต่อสังคม” นางบุษบากล่าว

ด้าน พ.ต.ท.สมบูรณ์ กล่าวว่า ในวันนี้ ทางพ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ได้มอบหมายให้ตนมาเป็นตัวแทนในการรับหนังสือดังกล่าว เนื่องจากอธิบดีดีเอสไอติดภารกิจยังต่างจังหวัด ส่วนขั้นตอนหลังจากนี้ จะนำเรียนเรื่องดังกล่าวให้พล.อ.ไพบูลย์ได้ทราบต่อไป

Advertisement