หมอไม่คอนเฟิร์ม “ยาปลุกอารมณ์กะปิ” มีจริง หลังลือหนุ่มเวดดิ้งสิ้นเพราะกินยา

5.01.18 | 20:51 น.

เมื่อวันที่ 5 มกราคม ความคืบหน้าคดีฆ่าเปลือยนายภาคิน ศรนารายณ์ อายุ 32 ปี เจ้าของร้านภาคินเวดดิ้ง ในเขตเทศบาลนครตรังแล้วทิ้งศพไว้ในรถเก๋งของผู้ตายที่สนามกีฬาทุ่งแจ้ง เขตเทศบาลนครตรัง จนกระทั่งชาวโลกโซเชียลไปพบรถยนต์ที่แจ้งหายไว้ในวันที่ 1 มกราคม 2561 ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวนายพีรภัทร์ เพรชพรม อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาชาวอำเภอหาดสำราญ จ.ตรังได้แล้วและไปฝากขังที่ศาล จ.ตรังผลัดแรก ในข้อหาลักทรัพย์เท่านั้น เนื่องจากผลตรวจจากรพ.สงขลานครินทร์ระบุไม่มีร่องรอยการถูกทำร้าย สาเหตุจากการเสียชีวิตมาจากหัวใจเต้นผิดปกติ ซึ่งอาจมาจากหลายปัจจัยด้วยกัน และล่าสุดมีพยานในกลุ่มชายรักชายเปิดเผยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเคยมีชายรักชาย รายหนึ่งในจ.ตรัง เสียชีวิตในลักษณะเดียวกับนายภาคิน ศรนารายณ์ เมื่อ 3 ปีที่แล้ว คือชักเกร็ง น้ำลายฟูมปาก อาเจียน หมดสติ หน้าแดง จนคล้ำ ซึ่งในกลุ่มเพื่อนชายรักชายรู้ดีว่าได้กินยาปลุกอารมณ์ชนิดหนึ่งเข้าไป มีเม็ดยาสีน้ำตาล ไม่ทราบชื่อเฉพาะ แต่เรียกกันในกลุ่มว่า “กะปิ” และมีส่วนผสมของตัวยามากกว่า 1 ชนิด กินแล้วให้เกิดพลังทางเพศ สามารถประกอบกิจกรรมทางเพศได้นานกว่าปกติ

เกี่ยวกับเรื่องนี้ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อพูดคุยกับกลุ่มชายรักชายใน จ.ตรัง แต่ทุกคนกลับปฏิเสธไม่รู้จักยาชนิดนี้ และปฏิเสธให้ข้อมูล หรือแม้แต่แพทย์โรงพยาบาลศูนย์ตรัง ก็ยังไม่ทราบว่ายาปลุกเซ็กส์ “กะปิ” มีจริง

ด้าน พ.ต.ท ประเสริฐสงแสง รองผู้กำกับการฝ่ายสอบสวน สภ.เมืองตรัง กล่าวว่า ผลตรวจจากรพ.สงขลานครินทร์ระบุผู้ตายไม่มีร่องรอยการถูกทำร้าย ไมได้เกิดจากฆาตกรรม สาเหตุจากการเสียชีวิตมาจากหัวใจเต้นผิดปกติ ซึ่งอาจมาจากหลายปัจจัยด้วยกัน เราก็สอบสวนว่าเกิดจากอะไรได้ จึงสืบสวนไปยังกลุ่มเพื่อนชายรักชาย ทราบว่านิยมทานยาเสริมสมรรถภาพทางเพศ ยาพวกนี้มักส่งผลอันตรายต่อร่างกาย โดยเฉพาะผู้ที่ร่างกายไม่แข็งแรง ซึ่งยาจำพวกนี้ไม่มีขายใน จ.ตรัง ต้องหาซื้อที่ กทม. สายข่าวบอกว่าจะอยู่ในกลุ่มไฮโซ กินเข้าไปจะมีความคึกอารมณ์ คนที่ร่างกายไม่แข็งแรง อาจมีส่วนทำให้ร่างกายช็อคได้ซึ่งกลุ่มชายรักชายใน จ.ตรัง มีมาก มีการตั้งกลุ่มไลน์ขึ้น อยากเตือนที่คิดจะกินให้ระวัง ตรวจให้ดีว่าเป็นอันตรายหรือไม่ หากร่างกายไม่แข็งแรงก็เลี่ยง

Advertisement

“พยานในกลุ่มชายรักชายเปิดเผยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเคยมีชายรักชายรายหนึ่งในจ.ตรัง เสียชีวิตในลักษณะเดียวกับนายภาคิน ศรนารายณ์ เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ซึ่งก่อนตายมีอาการชักเกร็ง น้ำลายฟูมปาก อาเจียน หมดสติ หน้าแดง จนคล้ำ ซึ่งในกลุ่มเพื่อนชายรักชายรู้ดีว่าได้กินยาปลุกอารมณ์ชนิดหนึ่งเข้าไป มีเม็ดยาสีน้ำตาล ไม่ทราบชื่อเฉพาะ แต่เรียกกันในกลุ่มว่า “กะปิ” และมีส่วนผสมของตัวยามากกว่า 1 ชนิด กินแล้วให้เกิดพลังทางเพศ สามารถประกอบกิจกรรมทางเพศได้นานกว่าปกติ ยาชนิดนี้หาซื้อได้ที่กทม. ไม่มีขายในต่างจังหวัด ใช้กันเฉพาะกลุ่ม ซึ่งเมื่อเดินทางไป กทม. ก็มักจะซื้อมาฝากกัน ซึ่งจากคำให้การของผู้ต้องหาอ้างว่าผู้ตายมีอาการตื่นตัวทางเพศผิดปกติกว่าทุกครั้งที่ทำกิจกรรมทางเพศร่วมกัน ขณะนี้โดยได้ส่งชิ้นเนื้อ เช่น ตับไตและม้าม ไปยังโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อหาสารตกค้างในร่างกาย ก็จะทราบว่ากินยากระตุ้นทางเพศไปหรือไม่ อย่างไร ซึ่งจะทราบผลประมาณ 3-4 สัปดาห์หน้า”

ส่วนประเด็นสาเหตุการตายที่ญาติยังไม่ปักใจเชื่อว่าถูกฆาตกรรมขอยืนยันว่าตำรวจทำงานตามหน้าที่ และตรงไปตรงมา สอบสวนและหาพยานหลักฐานให้รัดกุม รอบด้าน ได้พยายามหาพยานทางนิติวิทยาศาสตร์ เช่น ตรวจดีเอ็นเอในรถว่ามีมากกว่า 2 คนหรือไม่ ถ้ามีมากกว่านี้ก็จะติดตามมาสอบสวน และอีกส่วนก็กล้องวงจรปิด ซึ่งเบื้องต้นยังไม่พบบุคคลที่สามในระหว่างเกิดเหตุครั้งนี้ และสอบปากคำพยานบุคคลเพื่อประกอบคดี ส่วนทรัพย์สินผู้ตาย ได้ซักถามจากเพื่อนผู้ตาย ก็ได้ตรวจยึดกลับมาประกอบคดี และจะมอบให้ญาติต่อไป ส่วนจะมีมากกว่านี้หรือไม่ก็ไม่มีเพื่อนคนใดมายืนยัน ซึ่งเพื่อนผู้ตายก็ยืนยันตามที่ยึดคืนมาได้

ด้านนายแพทย์บรรเจิด สุขพิพัฒปานนท์ แพทย์สาธารณสุขจังหวัดตรัง กล่าวกับผู้สื่อข่าวสั้นๆว่า เรื่องนี้มี 2 ประเด็นคือ 1. ยังไม่ชัดเจนว่าผู้ตายใช้ยากระตุ้นอารมณ์ทางเพศจริงหรือไม่ ผลยังไม่ออกมาชัดเจน ซึ่งการตรวจหาสารตกค้างในร่างกายของคนตายนั้น สารเคมีบางตัวก็สลายตัวเร็วมาก แต่สารเคมีบางตัวก็จะสามารถฟันธงได้หากยังตกค้างในร่างกาย ขึ้นอยู่กับชนิดของสารเคมีซึ่งจากกรณีนี้อาจจะเจอหรือไม่เจอสารเคมีก็เป็นไปได้ทั้งนั้น ซึ่งหากผลยังไม่ออกมาชัดเจนก็ยังไม่อยากพูดอะไรออกไปเกรงจะเป็นดาบสองคม

ประเด็นที่ 2 ถ้ามีการใช้ยากระตุ้นอารมณ์ทางเพศจริง ก็ต้องมีการตรวจสอบกันว่าเป็นยาชนิดใด ซึ่งยาจำพวกนี้ไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นตำรับยาที่ให้ใช้กับประชาชน ซึ่งเราจะพบว่ายุคนี้ สมัยนี้ของผิดกฎหมายมีขายกันทั่วไป มีการซื้อขายกันทางอินเตอร์เนตอย่างชัดแจ้ง เช่น ปืน ยังซื้อกันได้