รวบอดีตนักธนูสาวทีมชาติพร้อมน้องชายลักอุปกรณ์ฝึก อ้างแค้นพี่สาวถูกเลิกจ้าง

22.03.16 | 17:05 น.

วันที่ 22 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หน้าห้องสืบสวน กองกำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรสาคร พ.ต.อ.ชัยยุทธ ถมยา ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร พร้อมด้วย นายกิตติ ทองทาบ รองอธิการบดีสถาบันการพลศึกษาวิทยาเขตสมุทรสาคร และเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนฯ ได้ทำการแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาที่ร่วมกันก่อเหตุลักทรัพย์ในสถาบันการพลศึกษาวิทยาเขตสมุทรสาคร คือ นายพัชรพล เภาโพนงาม อายุ 26 ปี และนางสาวศิรินภา เภาโพนงาม อายุ 31 ปี พร้อมของกลาง ประกอบด้วย คันธนูทดกำลัง 2 คัน ,ปีกธนู 2 ชิ้น ,คันธนู 1 ชิ้น, คันธนูโค้งกลับ 1 ชิ้น , ตัวดันลูกธนู 1 ตัว, ลูกธนู ยี่ห้อต่างๆ จำนวน 43 ดอก, ลูกยางลดแรงกระแทก 2  ตัว ,ตัวต่อถ่วงวีบาร์ 1 ตัว ,ศูนย์ธนู 5 ตัวและก้านถ่วง 1 ตัว


พ.ต.อ.ชัยยุทธ เปิดเผยว่า พฤติการณ์ของผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ที่ร่วมกันก่อเหตุลักทรัพย์นั้น ก่อนหน้านี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรสาคร ได้รับแจ้งความจากสถาบันการพลศึกษาวิทยาเขตสมุทรสาครว่า มีคนเข้ามาลักทรัพย์เป็นอุปกรณ์กีฬายิงธนูภายในห้องเก็บอุปกรณ์หายไป ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกสืบสวนหาข่าวจนทราบว่า ทรัพย์สินที่ถูกก่อเหตุ ถูกนำไปเก็บไว้ที่บริเวณบ้านหลังหนึ่งใน หมู่ 4 ต.พุทไธสง อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ จึงไปตรวจสอบและได้พบนางสาวศิรินภา จึงได้สอบถามถึงอุปกรณ์ธนูทั้งหมด โดยนางสาวศิรินภา ยอมรับว่าอุปกรณ์ธนูถูกนำมาซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์มิตซูบิชิ สีขาว ที่จอดอยู่บริเวณหน้าบ้าน

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไปตรวจสอบในรถยนต์คันดังกล่าวพบอุปกรณ์ทั้งหมดจึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง พร้อมกันนี้นางสาวศิรินภา ยังรับสารภาพอีกว่าของกลางที่พบนี้ นายพัชรพล ซึ่งเป็นน้องชายแท้ๆนำไปซุกซ่อนไว้ ก่อนที่จะเดินทางกลับไปอยู่ที่หอพักไม่ทราบชื่อ เส้นทางคลองครุ – ศรีเมือง หมู่ 6 ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้กลับไปตรวจสอบที่หอพักดังกล่าว และได้พบกับนายพัชรพล เภาโพนงาม ซึ่งก็ยอมรับว่าได้ก่อเหตุลักทรัพย์ที่สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตสมุทรสาครจริง โดยได้ลงมือกระทำมาแล้ว 2 ครั้ง

ด้านนายพัชรพล ให้การสารภาพว่า เหตุที่ทำลงไปนั้นเพราะว่า ตนแค้นใจที่ทางสถาบันการพลศึกษาฯ ได้เลิกจ้างพี่สาวซึ่งเป็นอดีตผู้ฝึกสอนกีฬาของศูนย์กีฬาเพื่อความเป็นเลิศ สถาบันการพลศึกษาวิทยาเขตสมุทรสาคร และเป็นอดีตนักกีฬายิงธนูทีมชาติไทย จึงได้แอบเข้าไปลักทรัพย์ทั้งหมดในยามกลางคืนแล้วก็นำมาซ่อนไว้ เพื่อที่จะได้ไม่อุปกรณ์ไปใช้ในการสอนนักกีฬาคนอื่น โดยจุดมุ่งหมายนั้น ตนไม่ได้ต้องการนำไปขายเพื่อเอาเงิน แต่ที่ทำลงไปเพราะต้องการแก้แค้นแทนพี่สาวเท่านั้น

Advertisement

ขณะที่นายกิตติ ก็กล่าวว่า นายพัชรพล นั้นก็เคยศึกษาอยู่ที่สถาบันฯ ส่วนนางสาวศิรินภา ก็เคยเป็นครูจ้างสอนและเป็นผู้ฝึกสอนนักกีฬายิงธนูของสถาบันฯ เช่นเดียวกัน แต่เนื่องจากมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ทางสถาบันจึงต้องเลิกจ้างไปเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว ซึ่งก็ไม่คิดว่านายพัชรพลจะเกิดความแค้นแทนพี่สาว จนถึงขั้นก่อเหตุเข้ามาลักอุปกรณ์กีฬายิงธนู ซึ่งอุปกรณ์กีฬาทั้งหมดนี้ทางสถาบันการพลศึกษาได้งบประมาณจากอบจ.สมุทรสาคร นำมาจัดซื้อเพื่อการพัฒนานักกีฬาก้าวไปสู่มืออาชีพ ส่วนมูลค่าความเสียหายทั้งหมดประมาณ 500,000 บาท

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในสถานที่ราชการในเวลากลางคืน หรือรับของโจร