สำนวน’8ศพ’เอสซีบี คืบ80เปอร์เซ็นต์ เช็กวงจรปิดเทียบคำให้การ ลำดับเหตุการณ์

จากเหตุระบบดับเพลิงขัดข้อง ภายในห้องมั่นคงนิติกรรมหลักประกันและบริหารหลักประกัน ชั้นใต้ดินของธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ เป็นเหตุให้สารไพโรเจน หรือแอโรซอล ดูดออกซิเจนออกหมด มีคนงานเสียชีวิต 8 ราย และบาดเจ็บ 8 ราย เมื่อวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายจับดำเนินคดีกับผู้กระทำประมาทแล้วรวม 8 รายนั้น

ล่าสุด เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 22 มีนาคม ที่สน.พหลโยธิน พ.ต.ท.เฉลียง อินทิพย์ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.พหลโยธิน เปิดเผยว่า หลังจากเมื่อวันที่ 21 มีนาคม มีการออกหมายจับนายบุญเสริม กระจาด อายุ 35 ปี วิศวกร บริษัท เอบิต มัลติซิสเต็ม จำกัด ผู้ต้องหารายที่ 8 โดยเดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาและประกันตัวออกไปแล้วนั้น ขณะนี้พนักงานสอบสวน กำลังเร่งสรุปสำนวนคดี มีความคืบหน้าเกิน 80 เปอร์เซ็นต์ แต่ต้องมีความรอบคอบเพื่อให้คลายข้อสงสัยและยุติธรรม อยู่ระหว่างเตรียมเรียกเจ้าหน้าที่ธนาคารบางส่วนมาสอบปากคำเพิ่มเติม และรวบรวมพยานหลักฐานว่าจะต้องออกหมายจับบุคคลใดเพิ่มเติมหรือไม่

เวลา 11.00 น. พ.ต.อ.ภาณุเดช สุขวงศ์ ผกก.สน.พหลโยธิน เรียกประชุมชุดทำงาน โดยใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง ก่อนเปิดเผยว่า เรียกประชุมเพื่อดูรายละเอียด มาตรฐานของสารไพโรเจนที่ใช้ในประเทศไทย ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างไร และสอบถามช่างเทคนิคของธนาคาร ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ดูเวลาเกิดเหตุ ลำดับเหตุการณ์ว่ามีความสอดคล้องกับคำให้การหรือไม่ นอกจากนี้จะไปสอบปากคำผู้เชี่ยวชาญของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์(วสท.) รวมทั้งแพทย์ผู้รักษาคนบาดเจ็บว่าสารดังกล่าวส่งผลกระทบต่อร่างกายและอวัยะภายในส่วนใดบ้าง ส่วนผู้บาดเจ็บที่พักรักษาตัว ขณะนี้มี 2 ราย คือ นายฉัตรชัย ขันทอง อยู่ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น และนางถาวร สัมโย อยู่ห้องไอซียู โรงพยาบาลเมโย

พ.ต.อ.ภาณุเดช กล่าวต่อว่า คดีคืบหน้าไปมากแล้ว แต่ยังต้องรอผลตรวจพิสูจน์จากกองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) และผลนิติวิทยาศาสตร์ ประกอบสำนวนคดี ส่วนจะมีการออกหมายจับบุคคลใดเพิ่มเติมอีกหรือไม่นั้น อยู่ระหว่างพิจารณาพยานหลักฐาน ยืนยันว่าจะดำเนินคดีอย่างรอบคอบเป็นธรรม ไม่ละเว้น

บทความก่อนหน้านี้‘บินไทย’รายงานจากบรัสเซลส์ จุดระเบิดใกล้เคาน์เตอร์’ทีจี’ เคราะห์ดีลงจอดก่อน 90 นาที
บทความถัดไปกทม.นัดถก’ผู้ค้าประตูน้ำ’ 28 มี.ค.เสนอพื้นที่ตั้งแผงใหม่ 5 จุด