วันที่ 22 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ สภ.พรรณานิคม จ.สกลนคร นายวีระ ฤกษ์วาณิชย์กุล นายอำเภอพรรณานิคม พ.ต.อ.ระพีพัฒน์ บุญคง ผกก.สภ.พรรณานิคม นายชาติชาย อุติลา ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง อส. และ พ.ต.ท.ชาตรี พงษ์ไพบูลย์ สว.สภ.พรรณานิคม ร่วมกันแถลงผลการจับกุมนายชาญชัย แก้วกันหา อายุ 40 ปี พร้อมของกลาง ผลตรวจปัสสาวะพบสารเสพติด (ยาบ้า) อาวุธปืนแก๊ปยาวไทยประดิษฐ์ จำนวน 2 กระบอก ภายหลังสืบทราบว่าผู้ต้องหามีพฤติกรรม ครอบครองอาวุธปืนโดยผิดกฎหมายและเสพยาเสพติดเป็นประจำ เข้าข่ายเป็นภัยต่อความมั่นคง จึงนำหมายศาลเข้าดำเนินการจับกุมและตรวจยึดของกลางคาบ้านพัก ในเขต ต.พรรณา นายอำเภอพรรณานิคม
ส่วนอีกรายได้จับกุมนายเลิศฤทธิ์ เกษสร อายุ 30 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้าจำนวน 192 เม็ด ผลตรวจปัสสาวะพบสารเสพติด (ยาบ้า) เงินสด 24,990 บาท โดยถูกจับกุมได้ขณะขี่รถจักรยานยนต์ สวมเสื้อคออ่อนสีเขียว เขียนป้ายกองทัพบกหวังตบตา จนท. อ้างไปรับยาบ้าจากเอเยนต์รายหนึ่งเพื่อนำไปจำหน่ายในชุมชน โดยซุกซ่อนยาบ้าไว้ใต้เบาะรถจักรยานยนต์ แต่มีสายรายงานให้ จนท.ทราบ จึงดักจับกุมได้ที่ถนนนิตโย สกล-อุดรฯ เยื้องหน้าสำนักงานเทศบาลพรรณานคร ผู้ต้องหา 2 ราย รับสารภาพทุกข้อกล่าวหา จนท.คุมตัวสอบสวนละเอียดเพื่อติดตามจับกุมขบวนการเครือข่ายกระทำผิด ก่อนนำตัวส่ง พงส.สภ.พรรณานิคม ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
โดยนายวีระ ฤกษ์วาณิชย์กุล นายอำเภอพรรณานิคม พ.ต.อ.ระพีพัฒน์ บุญคง ผกก.สภ.พรรณานิคม จะร่วมกันออกปราบปรามสิ่งผิดกฎหมายทุกชนิด ทำให้อำเภอพรรณนานิคมเป็นอำเภอสีขาว ตามนโยบายรัฐบาล

ขณะที่จังหวัดกาฬสินธุ์ เมื่อเวลา 14.00 น. พ.ต.ประพัทรพล พินิจมนตรี นำกำลังหน่วยทหารทรหดชุดปฏิบัติการพิเศษ กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย พ.ต.ท.ชัชชัย ไหมวันทา หัวหน้าชุดปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ ตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ พ.ต.ท.วีระ หางนาค หัวหน้าศูนย์ป้องกันการโจรกรรมรถยนต์ ตำรวจภูธรภาค 4 นายกฤติกร ชาวอ่างทอง รักษาการขนส่งจังหวัดกาฬสินธุ์ กว่า 30 นาย เข้าตรวจสอบเต็นท์รถเพชรยานยนต์ สาขากาฬสินธุ์ บนถนนถีนานนท์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ซึ่งเต็นท์รถดังกล่าวถูกระบุว่า ได้จำหน่ายรถยนต์ผิดกฎหมาย คือเป็นรถยนต์ตัดประกอบคัสซี ซึ่งมีชาวบ้านเข้าไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์
โดยการตรวจสอบครั้งนี้ เป็นความคืบหน้า หลังจากชาวบ้านได้เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ให้เอาผิดในข้อหาปลอมแปลงเอกสารทางราชการ และฉ้อโกงประชาชน เนื่องจากพบว่ารถกระบะสี่ประตูที่ซื้อไปนั้นเป็นรถผิดกฎหมายไม่สามารถนำมาใช้ได้เนื่องจากถูกตัดประกอบเลขคัสซี จนถูกปฏิเสธการตรวจสภาพจากสำนักงานขนส่งจังหวัดกาฬสินธุ์ แต่ก่อนหน้านั้นรถคันดังกล่าวกลับตรวจสภาพให้ผ่านโดยสำนักงานขนส่งจังหวัดสกลนคร
การเข้าตรวจสอบครั้งนี้ กำลังทหารได้ใช้ ม.44 ตามคำสั่งของ พล.ต.นิตินัย ภีมะโยธิน ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยตำรวจชุดโจรกรรมรถยนต์และขนส่งจังหวัดได้ทำการตรวจสอบเลขทะเบียนรถยนต์และเลขคัสซี ที่มีอยู่กว่า 30 คัน โดยได้พบกับนางไพจณา ตันสกุล อายุ 50 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของกิจการเต็นท์รถดังกล่าว โดยให้การว่า รถยนต์ที่นำมาจำหน่ายทั้งหมดส่วนใหญ่เป็นรถยนต์ที่ได้จากการประมูลมา ซึ่งจะมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่จังหวัดสกลนคร

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบพบรถยนต์หลายชนิดและยี่ห้อ มีทะเบียนมาจากหลายภูมิภาค และส่วนใหญ่จะเป็นทะเบียนจากจังหวัดสกลนคร จังหวัดนครพนม จังหวัดภูเก็ต และจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ขอให้เจ้าของเต็นท์รถเตรียมจัดส่งเอกสารให้ตรวจสอบ
พ.ต.ท.ชัชชัยกล่าวว่า การเข้าตรวจสอบเกิดขึ้นตามคำสั่งของ พล.ต.ต.อภิชิต ซึ่งมอบหมายให้ พ.ต.อ.วิเชียร พินดวง รอง ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะทำงานการปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ ให้ตำรวจดำเนินการปราบปรามอย่างจริงจัง โดยเฉพาะจากการร้องทุกข์ของประชาชน ซึ่งในข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ จำนวนมาก ซึ่งที่ผ่านมา เฉพาะพื้นที่ ตำรวจภูธรภาค 4 สองปีให้หลัง ได้ตรวจพบปัญหาการตัดต่อเลขคัสซีถึง 800 คัน
ส่วนเต็นท์รถแห่งนี้เป็นการขยายผลและทราบว่ารถคันดังกล่าวเป็นรถที่มีการตัดต่อเลขคัสซีจริง ซึ่งในขณะนี้รอผลการตรวจสอบเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อดำเนินคดี โดยในส่วนของผู้เสียหาย ซึ่งได้แจ้งความเพื่อเอาผิดข้อหาปลอมแปลงเอกสารทางราชการและฉ้อโกงประชาชนนั้น ตำรวจจะทำการดำเนินคดีให้ถึงที่สุด โดยเฉพาะในเรื่องของปัญหาการปลอมแปลงเอกสาร ว่ารถที่มีลักษณะตัดต่อคัสซีผ่านการตรวจสภาพจากขนส่งจังหวัดสกลนครได้อย่างไร นอกจากนี้ ยังมีผู้เสียหายอีกหลายรายทยอยเข้าแจ้งความอย่างต่อเนื่อง
ด้านนางไพจณากล่าวว่า ตนไม่ทราบว่ารถที่ถูกร้องเรียนเป็นรถตัดประกอบคัสซี เพราะเอกสารได้ตรวจผ่านมาจากขนส่งจังหวัดสกลนคร ซึ่งก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับ ทหาร ตำรวจและเจ้าหน้าที่ขนส่งฯทุกกรณี ส่วนในกรณีนายพงษ์ธนพล มหาชัย นั้น ยอมรับว่าได้เข้ามาติดต่อจริง ซึ่งเมื่อรับทราบปัญหาก็ได้เตรียมที่จะให้ทำการเช่าซื้อรถยนต์คันใหม่ แต่ติดปัญหาในเรื่องการค้ำประกัน ซึ่งก็พร้อมที่จะพูดคุยเพื่อเป็นการแก้ไขต่อไป

