วันที่ 10 มกราคม พล.ต.ต.ศุภวัฒน์ ทับเคลียว ผบก.ตร.ภ.จว.สตูล สั่งการให้ พ.ต.อ.ชัชพิสิทธิ์ นคราวงศ์ รอง ผบก. และ พ.ต.อ.วิชชภัณฑ์ จันทราภรณ์ ผกก.สส.ภ.จว.สตูล , พ.ต.ท.อภิสิทธิ ปะดุกา สว.กก.สส.ฯ , พ.ต.ต.กันตภณ เจติพัฒนกูล สว.สส.ฯ พร้อมด้วยกำลัง ชป.กก.สส.ฯ, ชปส.ภ.จว.สตูล ร่วมกับ ชุดสืบสวน สภ.เมืองสตูล และร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารสำนักข่าว กอ.รมน./ ชปข.203/ศปก.ทภ.4 ให้ร่วมกันตรวจสอบรถ จยย.ทั้ง 56 คันอีกครั้ง หลังยึดได้จากการรับปล่อยกู้เงินนอกระบบ 10% เกินกฎหมายกำหนดว่ารถที่นำมาจำนำได้มาโดยชอบตามกฎหมายหรือไม่ หลังวานนี้กำลังตำรวจและทหารนำกำลังเข้าตรวจสอบหลังพบมีการปล่อยเงินกู้นอกระบบโหดเกินกฎหมายกำหนด วันนี้จึงเดินทางเข้าตรวจสอบภายในหน้าโกดังไม่มีเลขที่ ภายในซอย 13 (สหมานมิตร) ถนนศุลกานุกูล ต.พิมาน อ.เมืองสตูล จ.สตูล ซึ่งมีนายกฤษณ์ ชุมดี อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 93 ถนนสถิตยุติธรรม ต.พิมาน อ.เมืองสตูล จ.สตูล รับเป็นเจ้าของและยินดีให้มีการเข้าตรวจสอบ โดยยืนยันว่ามีเอกสารในการขายฝากอย่างถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมนำของกลาง สัญญาขายฝากของร้านภัทราวดี ซึ่งเป็นสัญญาขายฝาก รถ จยย. จำนวน 23 ฉบับ มาแสดง จากการตรวจสอบพบว่ารับจำนำปล่อยเงินกู้ในครั้งนี้ใช้อัตราดอกเบี้ยเกินกฎหมายกำหนด 10% เจ้าตัวให้การยอมรับว่าได้รับจำนำกับบุคคลที่รู้จักในการจำนำ รถจยย. รถยนต์ จริง เจ้าหน้าที่จึงตั้งข้อกล่าวหาว่า “ให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด” พร้อมยึดรถ จยย.ทั้งหมด 23 คันกลับไปตรวจสอบยังกองกำกับตำรวจภูธรจังหวัดอีกครั้ง ว่ารถ จยย.ดังกล่าวมีการขโมยมาเพื่อจำนำ และมีการครอบครองรถโดยผิดกฎหมายหรือไม่
ทั้งนี้ ในพื้นที่ไม่ห่างกันบ้านเลขที่ 49 ซอยสมานมิตร ต.พิมาน อ.เมืองสตูล จ.สตูล การข่าวพบว่าพื้นที่ดังกล่าวมีการนำรถ จยย.จำนวนมากมาซุกซ่อนไว้เช่นกัน ซึ่งมีนายสุทัศน์ หรือแอะ ชุมดี อายุ 49 ปี ที่อยู่ 95 ถนน สถิตยุติธรรม ตำบลพิมาน อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล (ซึ่งทั้ง 2 จุดเป็นพี่น้องกัน) รับเป็นเจ้าของจึงขอเข้าตรวจค้น พบของกลาง คู่มือจดทะเบียนรถจักรยานยนต์จำนวนมาก
โดยผู้ต้องหาให้การยอมรับว่าได้ปล่อยเงินกู้นอกระบบในอัตราดอกเบี้ย 10% จริง โดยผู้กู้ต้องนำรถจักรยานยนต์มาเป็นหลักค้ำประกันถึงจะได้กู้เงินไปได้ ตั้งกล่าวหาว่า “ให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด” จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม พร้อมพนักงานสอบสวนสภ.เมืองสตูล จึงทำการตรวจยึดรถ จยย.ทั้ง 2 เป้าหมาย โดยเป้าแรกรถ จยย.จำนวน 21 คัน รถพ่วง 1 คันและรถยนต์ 1 คัน ส่วนเป้าที่ 2 ยึดรถ จยย. 33 คัน เพื่อตรวจสอบเส้นทางมาของรถ จยย.ดังกล่าวว่ามีการขโมยมาหรือได้มาโดยชอบกฎหมายหรือไม่ โดยขนรถ จยย.ทั้งหมดมาตรวจสอบต่อที่กองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัด การข่าวยังพบว่ามีการทำมานานกว่า 10 ปีในการปล่อยเงินกู้นอกระบบในครั้งนี้

