ผบช.ภ.6 ลั่นถ้าพบ’ณิชา’บริสุทธิ์พร้อมสั่งไม่ฟ้อง จ่อเรียก 2 เจ้าของบัญชีโอนผิดปกติให้ปากคำ

11.01.18 | 17:23 น.
พล.ต.ท.ทวิชชาติ พละศักดิ์ ผบช.ภ.6

เมื่อเวลา 15.20 น. วันที่ 11 มกราคม ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(บช.ปส.) พล.ต.ท.ทวิชชาติ พละศักดิ์ ผบช.ภ.6 เปิดเผยถึงกรณีน.ส.ณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ อายุ 24 ปี ตกเป็นผู้ต้องหาคดีฉ้อโกง หลังถูกคนร้ายนำบัตรประจำตัวประชาชน ไปเปิดบัญชีธนาคาร 7 แห่ง รวม 9 บัญชี ก่อนมีการโอนเงินเข้าออกหลายครั้งผิดปกติ ว่า ขณะนี้ได้มีการสั่งให้ตรวจสอบบัญชีทั้งหมดแล้ว โดยทราบว่า ผู้เสียหายที่โอนเงินจำนวนกว่า 1 ล้านบาท เข้าบัญชีชื่อของ น.ส.ณิชา ขณะนี้อยู่ระหว่างรอให้พนักงานสอบสวนรายงานรายละเอียดของบัญชีอยู่

พล.ต.ท.ทวิชชาติ เปิดเผยต่อว่า เบื้องต้นได้มีการตั้งพนักงานสอบสวนเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงแล้ว ขณะนี้ยังถือว่าน.ส.ณิชายังคงเป็นผู้ต้องหาอยู่ หากตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วเป็นผู้บริสุทธิ์ ก็พร้อมที่จะสั่งไม่ฟ้อง ส่วนบัญชีที่มีการโอนเงินที่ผิดปกติอีกสองบัญชี นายขวัญ ทองน้อย และ บัญชีนายธีรภัทรนนท์ งามวงษ์ เชื่อว่าสองคนนี้อยู่ในพื้นที่จังหวัดตาก วันนี้จะมีการออกหมายเรียกมาสอบปากคำในฐานะผู้ถูกกล่าวหา เมื่อมาให้การแล้ว สอบสวนเสร็จสิ้นกระบวนการ พบว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ก็ไม่จำเป็นต้องแจ้งข้อหา เบื้องต้นยังไม่ได้รับการประสานจากบุคคลทั้งสอง รวมทั้งจะต้องสอบกับทางธนาคารด้วยว่าบัญชีที่มีการโอนเงินผิดปกตินี้ ใครเป็นคนมาเปิดบัญชี และใครเป็นผู้มากดเงิน ซึ่งจะได้รายละเอียดมากขึ้นหลังได้เข้าสอบปากคำเจ้าหน้าที่ธนาคาร

สำหรับเจ้าหน้าที่ธนาคารที่มีการรับเปิดบัญชีโดยไม่ได้ตรวจสอบลักษณะบุคคลกับบัตรประจำตัวประชาชนเป็นความประมาทของเจ้าหน้าที่หรือไม่นั้น พล.ต.ท.ทวิชชาติ เปิดเผยต่อว่า ก็จะต้องดูระเบียบของธนาคารก่อน ว่ามีการกำหนดระเบียบอย่างไร ถึงจะรู้ว่าเจ้าหน้าที่ธนาคารบกพร่องหรือไม่ ทั้งนี้หากบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ใดหาย ขอให้รีบแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที เพราะจะเป็นหลักฐานที่มีน้ำหนักพอที่จะนำมาประกอบสำนวนคดี กรณีที่สถานีตำรวจในพื้นที่ไม่รับแจ้งความบัตรประจำตัวประชาชนหาย ขอให้แจ้งผู้บังคับบัญชาของสถานีตำรวจนั้น แต่ตนเชื่อว่าทุกสถานีจะดำเนินการให้เพราะตำรวจมีหน้าที่ให้บริการประชาชน