สืบเนื่องกรณี น.ส.ณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ อายุ 24 ปี พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ที่ถูกคนร้ายเป็นขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ นำบัตรประชาชนไปขอเปิดบัญชีธนาคาร 7 แห่งรวม 9 บัญชี ทำให้น้องณิชาเป็นผู้รับเคราะห์เป็นผู้ต้องหาฉ้อโกง ต้องติดคุกนาน 3 วัน ก่อนได้รับการประกันตัวนั้น ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการเชิญตัว น.ส.ปวีณา อายุ 30 ปี เข้าปากคำหลังพบว่าเป็นผู้ที่นำบัตรประชาชนของน.ส.ณิชาไปเป็นบัญชีธนาคารต่าง ๆ
ด้านนางกันต์สินี หงส์ก๊กมาศ อายุ52ปี แม่ของน้องณิชากล่าวว่า จากการตรวจสอบธนาคาร พบว่ามีบัญชีที่ลูกของตนถูกสวมรอยทั้งหมด9บัญชีจาก7ธนาคาร ซึ่งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯทั้งหมด หลังจากทราบข่าวว่ามีบัญชีที่ไม่ได้เปิดเอง มีเงินโอนไปยังต่างประเทศ จึงรีบไปตรวจสอบทุกธนาคารแล้วได้ปิดบัญชีทั้งหมดแล้ว บางบัญชีมีเงินคาอยู่ประมาณหมื่นกว่าบาทก็ได้ทำการปิดไปเลยให้ธนาคารจัดการจำนวนเงินคงค้างในบัญชีเอง ตอนนี้ลูกมีบัญชีที่เปิดเอง 4บัญชี เป็นบัญชีที่รับเงินเดือน 1บัญชีและบัญชีเงินเก็บอีก 1บัญชี และบัญชีที่มีกระแสข่าวว่ามีเงินหมุนเวียนจำนวนหลายล้าน แท้จริงแล้วเป็นบัญชีที่พ่อของน้องใช้ทำธุรกรรมการเงิน เนื่องจากพ่อประสบปัญหาล้มละลายไม่สามารถทำธุรกรรมการเงินได้ จึงใช้บัญชีของน้องดำเนินการแทน เพราะตนกับพ่อน้องแยกกันอยู่ โดยน.ส.ณิชาจะบริหารบัญชีของพ่อแทนด้วย ส่วนบัญชีสุดท้ายเป็นบัญชีที่เปิดตอนเป็นนักศึกษา ซึ่งปัจจุบันไม่ได้ใช้แล้ว แต่ยังไม่ได้ไปปิดบัญชี เนื่องจากเป็นสาขาธนาคารของมหาวิทยาลัยที่เรียน ซึ่งเปิดอยู่ไกลจากบ้านที่พักตรงบางบัวทองมาก
นางกันต์สินีกล่าวต่อว่า ทั้ง9บัญชีนั้น คนร้ายนำบัตรประชาชนของลูกที่หายในครั้งที่2 ช่วงเดือนก.ย.ปี60 ไปเปิดบัญชีทั้งหมด โดยเป็นบัตรประชาชนที่ทำตอนช่วงเรียนม.4 ลูกยังมัดผมจุกอยู่เลย โดยบัตรประชาชนที่หายครั้งที่2นั้น หายไปคาดว่าลูกน่าจะทำตกเอง เพราะชอบใช้กระเป๋าผ้าจึงร่วงตกได้ ส่วนบัตรประชาชนที่หายครั้งที่3 นั้น หายเดือนต.ค.60 โดยถูกล้วงกระเป๋าไป คนร้ายยังส่งใบขับขี่ใส่ซองจดหมายส่งคืนกลับมาที่บ้านอยู่เลย ทั้งนี้น้องทำงานเป็นครีเอทีฟโฆษณาให้ร้านอาหารที่บริษัทแห่งหนึ่งย่านพุทธมณฑลสาย2 พึ่งทำได้ประมาณ1ปีและเรียนจบมาตั้งแต่ปี59
“ตั้งแต่เป็นข่าวก็เครียดมาก กินข้าวไม่ได้ทั้งตนและลูก ต้องเอาข้าวสวยมาทุบให้ละเอียดเป็นข้าวต้มกินกัน ยืนยันว่าไม่รู้จักผู้ต้องหาเลย ส่วนที่มีกระแสข่าวว่ามีการติดต่อกันระหว่างผู้ต้องหากับลูก ก็ยืนยันว่ามีการนำบัตรประชาชนของลูกไปเปิดเบอร์ใหม่4เครื่อง ชื่อก็จะปรากฎว่าเป็นของณิชา แต่จริง ๆ ไม่ใช่ตัวณิชาเลย ตอนนี้ก็ได้ดำเนินการปิดเบอร์โทรศัพท์ดังกล่าวแล้ว” นางกันต์สินีกล่าว

