กองปราบจับแก๊ง 18 มงกุฏหลอกขายที่ดิน เคยร่วมกุเรื่อง”พระกรุแตก”ลวงชาวบ้าน

23.03.16 | 12:29 น.

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 23 มีนาคมที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รรท.ผบก.ป. พร้อมด้วยพ.ต.อ.พันธนะ นุชนารถ พ.ต.อ.สยาม บุญสม รองผบก.ป. พ.ต.ท.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา รรท.ผกก.2บก.ป. พ.ต.ท.ต่อศักดิ์ ปานกลิ่นพุฒ สว.กก.2บก.ป. และเจ้าหน้าที่กก.2บก.ป. ร่วมกันแถลงจับกุม นายเจริญ เกตุทอง อายุ 61 ปี ชาวจ.สิงห์บุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลสิงห์บุรี วันที่ 22 มีนาคม ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นผู้อื่น นางศิริลักษณ์ ตาใส อายุ 51 ปี ชาว จ.ลพบุรี และนางวิระพา ยอดจันถึก อายุ 60 ปี ชาวจ.สระบุรี

ฉ้อโกง
พ.ต.อ.พันธนะ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา นายเจริญ ได้ร่วมกับ นางศิริลักษณ์ นางวิระพา และพวกรวมเป็น 5 คน หลอกลวงน.ส.อรอุมา ตรีปัญญา อายุ 42 ปี ชาวจ.สิงห์บุรี ให้ร่วมลงทุนไถ่ถอนที่ดินจากธนาคาร เพื่อนำมาขายต่อและนำกำไรมาแบ่งกัน ทั้งนี้กลุ่มผู้ต้องหาได้พูดจาหว่านล้อมจนผู้เสียหายหลงเชื่อมอบเงิน 5 หมื่นบาทพร้อมสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาทให้ ต่อมากลุ่มผู้ต้องหาได้พูดจาหว่านล้อมให้ผู้เสียหายไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม บริเวณตลาดอินทร์บุรี เมื่อผู้เสียหายลงจากรถ กลุ่มผู้ต้องหาก็ได้ขับรถหลบหนีไป โดยทิ้งผู้เสียหายไว้ จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ ทั้งนี้หลังเกิดเหตุชุดสืบสวนกก.2บก.ป.ร่วมกับสืบสวนสภ.อินทร์บุรีทำการสืบสวนก่อนทำการจับกุมนายเจริญและพวกอีก 2 คนได้ที่ภายในหมู่บ้านกรีนการ์เดนโฮม ต.บึงน้ำรักษ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี นอกจากนี้ยังได้ทำการจับกุมนายปิยะบุตรหรือฮวง ประสารกิจวัฒนา ผู้ต้องหาตามความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกง ซึ่งมีพฤติกรรมในลักษณะเดียวกันได้เช่นกัน

ฉ้อโกง2
จากการสอบสวน ผู้ต้องทั้งสามคนให้การรับสารภาพว่าได้กระทำความผิดจริง ซึ่งนายเจริญ หนึ่งในผู้ต้องหาคดีดังกล่าวยอมรับว่า ก่อนหน้านี้ตนได้เคยร่วมกับนายปิยะบุตรหรือฮวง ที่ถูกจับกุมได้ก่อนหน้านี้ ก่อเหตุในลักษณะเดียวกัน คือหลอกลวงขายที่ดินและร่วมกันหลอกลวงประชาชนขายพระกรุแตก ซึ่งในการก่อเหตุครั้งดังกล่าวนั้นตนได้ทำหน้าที่เป็นคนขับรถไถดินไปเจอกรุพระที่ได้จัดเตรียมไว้ฝังอยู่ใต้ดินก่อนจะมาหลอกขายพระให้กับชาวบ้าน ส่วนการก่อเหตุในดคีนี้ตนได้ร่วมกับนางศิริลักษณ์ นางวิระพา ที่ถูกจับกุมพร้อมกันและนายแสน ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง และนางอุไร ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง ที่อยู่ระหว่างการหลบหนี ซึ่งได้รู้จักกันภายในบ่อนการพนันแห่งหนึ่ง จึงร่วมกันชักชวนมาก่อเหตุล่าสุดดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาร่วมกันฉ้อโกง ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.อินทร์บุรี ขยายผลติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่เหลือมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป