เมื่อวันที่ 17 มกราคม ที่ สภ.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต นายอิกอร์ โปรตัสโซฟ ชาวรัสเซีย ซึ่งเป็นอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต ได้พาตัวนาย Maxin Lastouka อายุ 27 ปี และ น.ส.Nikulina Anna อายุ 22 ปี สองสามีภรรยาชาวรัสเซียเข้าพบ ร.ต.ท.ชนัตถ์ หงษ์สิทธิชัยกุล รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ฉลอง เพื่อแจ้งความดำเนินคดี หลังถูกกลุ่มคนร้ายเป็นชายไม่ทราบสัญชาติบุกเข้ามาจับตัวขณะอยู่ในห้องพักเลขที่ 88/86 The Lago Naiharn Beach หมู่ 1 ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต เมื่อกลางดึกวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมาพร้อมกับปล้นทรัพย์สิน เช่น คอมพิวเตอร์แม็คบุ๊ก 1 เครื่อง คอมพิเตอร์แม็คบุ๊กโปร 1 เครื่อง คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กยี่ห้อ HP 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ ไอโฟน X สีดำ 1 เครื่อง บัตรวีซ่ารัสเซีย พาสปอร์ต 2 เล่ม และข่มขู่บังคับโอนเงินสกุลบิทคอยน์จำนวน 100,000 เหรียญสหรัฐ หรือกว่า 3.5 ล้านบาท รวมมูลค่าความเสียหาย ประมาณ 3.7 ล้านบาท
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนาย Lastouka และแฟนสาวได้ออกจากห้องพักเพื่อไปทำธุระ จากนั้นขณะที่กำลังเดินกลับห้องพักได้มีกลุ่มคนร้ายไม่ทราบจำนวนได้ซุ่มอยู่บริเวณตู้ควบคุมระบบไฟฟ้าของอาคารดังกล่าวและได้เข้าประกบ พร้อมกับบังคับให้นาย Lastouka เปิดประตูห้องพัก และได้ใช้ถุงดำคลุมศีรษะจับนาย Lastouka แยกกับแฟนสาวคนละห้อง โดยบังคับให้บอกที่ซ่อนทรัพย์สินและสั่งให้โอนเงินสกุลบิทคอยน์เข้าบัญชีผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งกลุ่มคนร้ายได้ข่มขู่ถ้าไม่โอนจะฆ่าทิ้ง นาย Lastouka จึงได้โอนเงินทั้งหมดเข้าบัญชีคนร้ายกว่า 1 แสนเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 3.5 ล้านบาท จากนั้นกลุ่มคนร้ายได้นำทรัพย์สินทั้งหมดไปด้วยพร้อมกับขู่ห้ามแจ้งตำรวจ ถ้ามีการแจ้งจะย้อนกลับมาฉีดสารเสพติด
โดยกลุ่มคนร้ายได้ควบคุมตัวนาย Lastouka และแฟนสาวไว้ในห้องกว่า 6 ชม.ก่อนจะหลบหนีไป ทำให้นาย Lastouka ไม่กล้าแจ้งความหลังเกิดเหตุ ต่อมาได้พบกับนายอิกอร์ ชาวรัสเซีย ซึ่งเป็นอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ตจึงได้มีการพูดคุยหารือกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและพาเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในเวลาต่อมา โดยนาย Lastouka สามารถจดจำใบหน้าของหนึ่งในกลุ่มคนร้ายได้ เนื่องจากเคยเห็นหน้ามาก่อน
และจากการขยายผลพบว่า หลังก่อเหตุกลุ่มคนร้ายได้หลบหนีออกจาก จ.ภูเก็ต มุ่งหน้าไป จ.นครศรีธรรมราช และเข้าประเทศมาเลเซียไปแล้ว เนื่องจากตรวจพบจีพีเอสที่อยู่กับโทรศัพท์มือถือที่คนร้ายนำไปด้วย
อย่างไรก็ดี กลุ่มคนร้ายดังกล่าวอาจเป็นสัญชาติเดียวกันกับผู้เสียหายและอาจมีการเฝ้าติดตามพฤติกรรมของนาย Lastouka และแฟนสาวมาระยะหนึ่งแล้ว ถึงทราบเรื่องเงินสกุลบิทคอยน์ที่ผู้เสียหายครอบครองอยู่ ซึ่งอาจจะรู้จักกับผู้เสียหายเป็นอย่างดี ซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนและประสานไปยังด่านตรวจคนเข้าเมืองตรวจสอบเส้นทางของกลุ่มคนร้าย เพื่อติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

