พ่อเฒ่าวัย 79 โดนคนร้ายงัดบ้าน มัดทุบหัวดับกวาดของหรู ตร.สอบญาติเชื่อคนใกล้ตัว

23.03.16 | 16:00 น.
เมื่อเวลา 06.50 น. วันที่ 23 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.ภิญโญ มุกสิกสาร พนักงานสอบสวน สภ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ได้รับแจ้งจากนายทรรศ กลิ่นพยอม อายุ 39 ปี ข้าราชการครูของโรงเรียนวัดรางกระทุ่ม อ.สามพราน ซึ่งเป็นบุตรชายของนายไพฑูรย์ กลิ่นพยอม ว่า พ่อถูกฆ่าเสียชีวิตในบ้าน หมู่ 2 ต.โคกพระ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 7 แพทย์โรงพยาบาลนครชัยศรี
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านสองชั้น ครึ่งตึกครึ่งไม้ ด้านหน้าปิดประตูมิดชิด ต้องเข้าทางประตูหลังบ้าน พบนายไพฑูรย์ กลิ่นพยอม อายุ 79 ปี สภาพศพนอนคว่ำ ที่ขาทั้งสองข้างถูกมัดด้วยเสื้อเชิ้ตลาย แขนทั้งสองข้างถูกมัดติดกันไขว้หลังด้วยผ้าขาวม้า และที่ลำคอถูกรัดด้วยเชือกพลาสติก อยู่ข้างเตียงนอนชั้นล่าง ใกล้กันมีร่องรอยการต่อสู้ พื้นเตียงนอนแตกหัก ตู้เสื้อผ้าและลิ้นชักที่อยู่ด้านล่างถูกรื้อค้น หน้าต่างด้านหลังมีรอยถูกงัดและเปิดออก 2 บาน เจ้าหน้าที่ได้เก็บพยานหลักฐานเป็นลายนิ้วมือ รอยเท้าคนร้ายชั้นล่างและชั้นบน และตัดเล็บนิ้วมือนายไพฑูรย์ เพื่อหาดีเอ็นเอจากเยื่อผิวหนัง เนื่องจากมีการต่อสู้ จากนั้นแพทย์เวรโรงพยาบาลนครชัยศรีตรวจบาดแผลเบื้องต้น พบที่ลำคอถูกเชือกรัดกดทับหลอดลม เป็นเหตุให้ขาดอากาศหายใจ ที่ศีรษะด้านหลังมีรอยถูกทุบตีด้วยของแข็ง เสียชีวิตมาแล้วกว่า 3 ชม. จากนั้นจึงนำศพนายไพฑูรย์ไปให้แพทย์นิติเวชโรงพยาบาลนครปฐมผ่าพิสูจน์ต่อไป
ด้านนายทรรศกล่าวว่า ปกติตนพักอาศัยอยู่กับภรรยาที่ตลาดสามพราน และจะมาเยี่ยมพ่อและเลี้ยงสุนัขทุกวันช่วงเย็น แต่เมื่อวานตอนเย็นไม่ว่างมา จึงมาช่วงเช้ามืดและปกติก็จะเข้าออกกันทางด้านประตูหลังบ้านเสมอ เมื่อมาถึงเห็นหน้าต่างหลังบ้านเปิดอยู่ 2 บาน จึงชะโงกเข้าไปดูเห็นพ่อนอนคว่ำอยู่ข้างเตียง พบว่าพ่อถูกมัดขา มัดแขน รัดคอ เสียชีวิต จึงรีบโทรบอกพี่สาวที่ไปขายของว่าพ่อถูกฆ่าตายในบ้าน แล้วโทรแจ้งตำรวจ
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า สร้อยคอทองคำน้ำหนัก 5 บาท พระสมเด็จวัดระฆังเลี่ยมทอง พระสมเด็จปิรัน พระปิดตาหลวงปู่โต๊ะ หลวงปู่บุญ  และสมเด็จปากน้ำ แหวนทองคำน้ำหนัก 1 บาท ที่นิ้วมือซ้ายหายไป พร้อมด้วยสร้อยสเตนเลส มีพระดังๆ ราคาแพงๆ 9 องค์เลี่ยมสเตนเลส และเงินสดจำนวนหนึ่ง
ขณะที่ น.ส.ประภา กลิ่นพยอม อายุ 52 ปี ลูกสาว กล่าวว่า คนร้ายต้องไม่ใช่โจรต่างพื้นที่ น่าจะเป็นคนไม่ไกลเพราะรู้ความเคลื่อนไหวของบุคคลในบ้าน ว่าต้องไปทำงาน และเข้าออกช่วงเวลาไหนบ้าง เนื่องจากตนเองกับน้องสาวจะอยู่กับพ่อที่บ้านหลังนี้ และทุกวันพุธกับวันอาทิตย์ ตนกับน้องสาวต้องออกเดินทางจากบ้านเวลาตีสาม (03.00 น.) เพื่อไปขายผลไม้ที่กรุงเทพมหานคร และเมื่อเช้าก่อนออกเดินทางยังเดินไปเรียกพ่อ ซึ่งต่อมาหกโมงเช้าเศษๆ น้องชายโทรมาบอกพ่อถูกฆ่า แสดงว่าคนร้ายฉวยโอกาสช่วงที่ตนกับน้องสาวออกไปจากบ้านและพ่อยังนอนอยู่ และรู้ว่าคนที่บ้านนี้เข้าออกทางด้านหลังบ้านเป็นส่วนใหญ่
ต่อมาเวลา 09.45 น. พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.สมชาย รักเสนาะ ผบก.สส.ภ.7 พ.ต.อ.รัตนะ ปานจันทร์ รอง ผบก.จว.นครปฐม พ.ต.อ.ปรีดา อิ่มเจริญ ผกก.1 สส.ภ.7 พร้อมกำลังรุดมาสอบสวนที่เกิดเหตุ และตรวจเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายน่าจะใช้เป็นเส้นทางเข้า และหลบหนี ซึ่งจากการตรวจสอบพบรอยเท้าคนร้ายเดินจากบ้านไปทางด้านหลังที่เป็นสวนติดกับบึงบางช้าง ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือ แล้วเรียกประชุมทีมสืบสวนภาค 7 สืบสวนจังหวัดนครปฐม และสืบสวน สภ.นครชัยศรี เพื่อมอบหมายงานให้แต่ละทีมออกติดตามเป้าหมายที่ต้องสงสัย เนื่องจากพฤติกรรมคนร้ายน่าจะเป็นคนใกล้ชิด และรู้การเคลื่อนไหว เพื่อประสงค์ต่อทรัพย์ และที่สำคัญคนร้ายประสงค์พระเครื่องที่มีราคาแพงเท่านั้น
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีการมอบหมายให้ตำรวจชุดสืบสวนภาค 7 ใช้ระบบเทคโนโลยีชั้นสูงติดตามคนร้าย สืบสวนจังหวัดนครปฐมเดินเท้าหาภาพจากกล้องวงจรปิดทุกเส้นทาง และในส่วนของสืบสวนตำรวจภูธรนครชัยศรี ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ให้ติดตามหาเป้าหมายภายใน เพราะรู้และมีประวัติกลุ่มเป้าหมาย แล้วนำมาวิเคราะห์ข่าวที่ ศปก.สภ.นครชัยศรี