เมื่อเวลา 12.30น.วันที่ 23 มกราคม ร.ต.ท.วิวัฒน์ พาวงค์ รอง สว.สอบสวน สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งมีหญิงเสียชีวิตมาแล้วหลายวันภายในหอพักแห่งหนึ่ง เลขที่ 8/194 ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด ซึ่งใกล้แยกสวนสมเด็จ ถนนศรีสมาน ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จึงพร้อมแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาตร์และเจ้าหน้าที่ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งรุดเข้าตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นห้องพักอยู่บนดาดฟ้าชั้น 6 ภายในห้องพบร่างของ พันเอกพิเศษ หญิงดารณี มลิลา อายุ 65 ปีทหารนอกราชการ สภาพร่างกายเริ่มเน่าเปื่อยนอนหงายเสียชีวิตอยู่บนที่นอน มีอาวุธปืนแบบลูกโม้ขนาด .38 ตกอยู่บริเวณต้นคอของผู้เสียชีวิต ทางแพทย์เวรตรวจสอบพบมีร่องรอยของรูกระสุนเข้าที่ขมับขวา 1 นัด ทะลุซ้าย และยังพบว่ามือทั้ง 2 ข้างของผู้เสียชีวิตนั้นขาดหายไป ซึ่งคาดว่าสุนัขที่เลี้ยงไว้น่าจะหิวและเกิดกัดกินจนขาดหาย เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 7 วันขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบภายในที่เกิดเหตุพบสุนัขที่ผู้เสียชีวิตเลี้ยงไว้ 3 ตัว มี 1 ตัวเพศเมียที่มีสภาพอิดโรยใกล้ตายทางเจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือนำส่งที่ ร.พ.สัตว์ใกล้เคียงเพื่อให้แพทย์รักษา
สอบถามทราบว่าผู้ตายเป็นญาติกับเจ้าของหอพักดังกล่าวโดยจะพักอาศัยอยู่บนชั้นดาดฟ้าของหอพักซึ่งเป็นห้องพักส่วนตัวโดยผู้เสียชีวิตอยู่กับสุนัข 3 ตัวล่าสุดมีทาง ร.ป.ภ.ของอาคารเห็นครั้งสุดท้ายเมื่อประมาณ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา จนกระทั่งวันนี้บรรดาญาติเริ่มสงสัยที่ไม่พบเห็นมานานหลายวันซึ่งปกติผู้เสียชีวิตมักจะลงไปกวาดทำความสะอาดและรดน้ำต้นไม้ทุกเช้าจึงได้ขึ้นมาตรวจสอบพบว่าประตูเหล็กและประตูก่อนเข้าห้องของผู้เสียชีวิตนั้นถูกล็อคทั้งหมดจึงทำการตัดกุญแจเข้าไปตรวจสอบถึงพบว่า พันเอกพิเศษ หญิงดารณี ฯเสียชีวิตอยู่ภายในห้องแล้ว
ญาติผู้เสียชีวิต กล่าวว่าโดยปกติแล้วผู้เสียชีวิตมักอยู่คนเดียวตามลำพัง และหลังจากพี่ชายของผู้เสียชีวิตนั้นเสียชีวิตไปเมื่อช่วงเดือนตุลาคม 60 ที่ผ่านมาตัวพันเอกพิเศษ หญิงดารณี ก็มีอาการซึมเศร้า ไม่ค่อยพูดคุยกับใครเก็บตัวเงียบมากกว่าเดิม จนกระทั่งหายตัวไปไม่มีใครพบเห็นจึงทำให้วันนี้ต้องขึ้นมาหาแต่กับพบว่าเสียชีวิตแล้ว
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวว่าเบื้องต้นได้ทำการบันภาพที่เกิดเหตุพร้อมกับสอบถามญาติผู้ตายไว้ โดยสันนิษฐานว่าผู้ตายน่าจะมีอาการเครียดและคิดมากปัญหาบางอย่างประกอบมีความเสียใจหลังจากที่พี่ชายได้เสียชีวิตไปเมื่อเดือนตุลาคม 60 ที่ผ่านมา จึงเกิดคิดสั้นใจอาวุธปืนจ่อขมับยิงตัวเองเสียชีวิตดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตามจะต้องมอบผู้เสียชีวิตให้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ร.พ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติรังสิตเพื่อชันสูจน์หาสาเหตุของการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป


