ลุงป้าเก็บเห็ดนำหลักฐานศาลกาฬสินธุ์ยื่นกองปราบไม่มีเอี่ยวตัดไม้ 700 ต้นป่าสงวน

24.03.16 | 14:05 น.

เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติศาสนาพระมหากษัตริย์ ได้พานายอุดม ศิริสอน อายุ 53 ปี และนางแดง ศิริสอน อายุ 50 ปี สองสามีภรรยา ชาว จ.กาฬสินธุ์ จำเลยในคดีบุกรุกแผ้วถางป่าไม้ ยึดถือ ครอบครอง หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำให้เสื่อมเสียสภาพป่าสงวนแห่งชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาต ภายหลังทั้งสองได้เข้าไปเก็บเห็ดในเขตป่าสงวนแห่งชาติบ้านหนองกุงไทย หมู่ 6 ต.โนนสะอาด อ.ห้วยเม็ก เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2553 แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกแผ้วถางป่าและข้อหาอื่นๆ ดังกล่าว เข้าพบ พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รอง ผบช.ก.รรท.ผบก.ป. พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผกก.(สอบสวน) บก.ป. เพื่อนำพยานเอกสารรายชื่อบุคคลรวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ มามอบให้พนักงานสอบสวน กก.3 บก.ป.เพิ่มเติม

นายสงกรานต์กล่าวว่า ภายหลังได้พาจำเลยทั้งสองเข้าฟังรายงานการสืบเสาะและพินิจคดี ที่สำนักงานคุมประพฤติ จ.กาฬสินธุ์ แล้วนั้น สำนักงานคุมประพฤติได้นำรายงานนี้ส่งไปยังศาลจังหวัดกาฬสินธุ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ได้ขอคัดสำเนารายงานดังกล่าว รวม 2 ชุด นำมามอบให้พนักงานสอบสวน กก.3 บก.ป.เพิ่มเติมในวันเดียวกันนี้ โดยเนื้อหาก็มีการระบุผลที่ค่อนข้างชัดเจนว่า จำเลยทั้งสองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดไม้ 700 ต้น ในเขตป่าสงวนแห่งชาติบ้านหนองกุงไทย รวม 72 ไร่ แต่อย่างใด

นายสงกรานต์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ได้พิจารณาดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับการตั้งข้อกล่าวหาจำเลยทั้งสอง ในความผิดฐานแจ้งความเท็จ, กลั่นแกล้งผู้อื่นให้ได้รับโทษทางอาญา รวมทั้งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ส่วนเจ้าหน้าที่รัฐก็มีตั้งแต่ระดับล่างจนถึงระดับสูง 5-6 ราย แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดต่างๆ ในส่วนนี้ได้ และคงเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ป.ที่จะพิจารณารวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินคดีต่อไป