กองปราบซิวสาวใหญ่ตระเวนหลอกขายทองปลอม ก่อเหตุโชกโชน 30 ครั้ง

25.03.16 | 13:38 น.

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 25 มีนาคม ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รอง ผบช.ก.รรท.ผบก.ป. พ.ต.อ.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบก.ป. พ.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รรท.ผกก.ปพ.บก.ป. พ.ต.ท.ปิยรัตน์ สุภารัตน์ รอง ผกก.ปพ.บก.ป. แถลงข่าวจับกุม น.ส.วรพร หรือพรพรรณ มงคลเมือง อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดจันทบุรีลงวันที่ 5 มีนาคม 2552 ข้อหาฉ้อโกง จับกุมได้ที่หน้าบ้านเลขที่ 4 ซอยเทียนทะเล 19 แยก 2-4 ถนนบางขุนเทียนชายทะเล แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กทม.

พ.ต.อ.พันธนะ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2552 ผู้ต้องหาได้นำสร้อยคอทองคำปลอม น้ำหนัก 1 บาท ไปขายให้กับร้านทอง “ทองเซ็ง 2” ตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.บ้านใหม่ อ.เมือง จ.จันทบุรี เป็นเงิน 13,500 บาท ผู้เสียหายทราบว่าเป็นทองปลอม จึงเข้าแจ้งความดำเนินคดีเอาไว้ ต่อมาตำรวจสืบทราบว่าผู้ต้องหาได้ร่วมกับพวกรวม 7 คน กระทำความผิดในลักษณะเดียวกันนี้มาแล้วหลายไม่ต่ำกว่า 30 ครั้ง ในพื้นที่ จ.สุรินทร์ จ.อุบลราชธานี จ.ลำปาง และ กทม.มีร้านทองหลายแห่งที่ได้รับความเสียหาย รวมมูลค่ากว่า 3 แสนบาท ก่อนจะถูกจับกุมและพ้นโทษ ออกมาก่อเหตุซ้ำอีก ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีมาอาศัยในย่านถนนบางขุนเทียนชายทะเล จึงวางแผนติดตามจับกุมตัวไว้ได้ในที่สุด

สอบสวน น.ส.วรพร รับสารภาพว่า ก่อเหตุดังกล่าวจริงโดยได้รับว่าจ้างเป็นเงิน 250 บาท จากเจ้าหนี้เงินกู้ ให้นำทองปลอมไปหลอกขายร้านขายทองต่างๆ ที่ผ่านมาก็ไม่ได้เลือกพื้นที่ก่อเหตุ หากพบร้านทองใดที่หลงเชื่อก็จะเสนอขาย โดยก่อนหน้านี้เคยถูกตำรวจ สภ.ศรีขรภูมิ จ.สุรินทร์ จับกุมดำเนินคดีมาแล้วครั้งหนึ่ง ก่อนจะหันมาก่อเหตุซ้ำอีก ทั้งนี้ ชุดจับกุมได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองจันทบุรี รับไว้ดำเนินคดีและเตรียมขยายผลไปยังผู้ร่วมกระทำผิดที่เหลือมาดำเนินคดีต่อไป

เบื้องต้นตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ อยู่ระหว่างขยายผลจับกุมต่อไป

อีกคดี จับกุม น.ส.อรุณประภา หรือน้องทราย ยางหลวง อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดหนองบัวลำภู ลงวันที่ 8 ธันวาคม 2558 ข้อหาฉ้อโกง โดยจับกุมได้ที่หน้าบ้านเลขที่ 29/9 หมู่ 4 ถนนเอกชัย ต.นาดี อ.เมือง จ.สมุทรสาคร หลังจากผู้ต้องหามีพฤติการณ์เปิดเพจเฟซบุ๊ก ในชื่อ “น้ำตาลทราย” หลอกลวงผู้เสียหายที่เป็นสมาชิกในเฟซบุ๊กดังกล่าวกว่า 4,000 คน ให้ร่วมประมูลทองคำ ซึ่งอ้างว่าสามารถนำทองมาขายในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาด ขึ้นอยู่ว่าผู้ใดจะประมูลไปได้ และจะมีการส่งมอบกันภายหลัง โดยผู้ประมูลได้ต้องโอนเงินชำระค่าทองคำผ่านทางบัญชีธนาคารให้ก่อน แต่ภายหลังโอนเงินแล้วกลับไม่ได้รับทองคำแต่อย่างใด รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 2 แสนบาท สอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพ จึงนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู รับไว้ดำเนินคดีและขยายผลการจับกุม

Advertisement

พ.ต.อ.พันธนะ กล่าวว่า อยากจะฝากไปยังร้านทองต่างๆ ที่จะรับซื้อหรือรับจำนำทองคำ ขอให้มีการตรวจสอบทองคำอย่างละเอียดเนื่องจากปัจจุบันรูปแบบการปลอมแปลงมีพัฒนาการเปลี่ยนแปลงไป โดยจะมีการนำทองคำจริงมาเป็นส่วนผสม หากไม่ตรวจอย่างรอบคอบเพียงพอแล้วก็อาจตกเป็นเหยื่อได้ ส่วนประชาชนทั่วไปหากจะซื้อหาทอง ก็ควรจะซื้อจากร้านทองโดยตรงดีกว่าเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการได้รับทองปลอมโดยเฉพาะจากกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้