เมื่อวันที่ 25 มีนาคม พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว ร่วมกับกรมขนส่งทางบก แถลงผลการจับกุมแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสาร พร้อมอบรมให้กับผู้ประกอบการรถแท็กซี่ที่ปฏิเสธผู้โดยสาร บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ จุดที่ได้รับการร้องเรียนมากที่สุดแห่งหนึ่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยในวันนี้มีแท็กซี่ที่ปฏิเสธผู้โดยสาร 4 พื้นที่ ประกอบด้วย สน.ปทุมวัน สน.ทองหล่อ สน.พญาไท และสน.ลุมพินี รวมกว่า 50 ราย โดยเจ้าหน้าที่ได้นำคนขับรถแท็กซี่ที่ตรวจพบการกระทำผิดมาเสียค่าปรับ พร้อมอบรม เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับข้อกฎหมายและการปฏิบัติตนต่อผู้โดยสาร เป็นเวลา 3 ชม.

พล.ต.อ.วุฒิกล่าวว่า ปัญหาแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสารถือเป็นปัญหาสำคัญที่รัฐบาลให้ความสำคัญ และต้องเร่งแก้ไขปัญหา เนื่องจากส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศ ผลการดำเนินการ 10 วัน ในพื้นที่ บช.น.อย่างเดียวสามารถจับปรับรถแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสารได้กว่า 3,700 ราย ส่วนใหญ่อ้างว่า ต้องเปลี่ยนกะ คุยกับชาวต่างชาติไม่รู้เรื่อง ต้องส่งรถ และไม่ชินกับเส้นทางนั้นๆ ทั้งหมดถูกจับปรับและให้ไปอบรมกับทางกรมการขนส่งทางบก คนละ 3 ชั่วโมง หากแท็กซี่รายใดพบว่ามีการกระทำผิดซ้ำ จะถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ 3-6 เดือน และหากพบการกระทำผิดซ้ำอีกจะถูกยึดใบอนุญาต อย่างไรก็ตาม สำหรับรถแท็กซี่ที่ปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร ไม่ส่งผู้โดยสารตามที่ตกลงกัน ไม่ใช้มิเตอร์ มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท ถูกพักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาต พร้อมอบรม 3 ชั่วโมง และหากพบการกระทำขับรถประมาทหวาดเสียว ปรับไม่เกิน 5,000 บาท พร้อมอบรม 3 ชั่วโมง

