คอลัมน์เหยี่ยวถลาลม : ผู้ร้ายย่อมทิ้งร่องรอย

26.03.16 | 16:04 น.

ที่มา : มติชนรายวัน

เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี บอกว่าโจทย์ของรัฐบาลนี้คือ จะต้องแก้ไขปัญหาการทุจริตให้หมดไป ก็ควรจะร่วมกันสอดส่องด้วยความใส่ใจ

ประโยคเด็ดจากผู้นำอย่างนี้หาได้ยาก

แต่ประวัติศาสตร์การทุจริตคอร์รัปชั่น

บอกว่า ถ้าเราเอานิ้วจิ้มลงไปในหน่วยงานไหนก็จะเจอที่นั่น !

Advertisement

อาจเป็นคำกล่าวที่เกินเลยไปบ้าง แต่นั่นเป็น ความเชื่อŽ ซึ่งเกิดจากประสบการณ์ทั้งทางตรงและทางอ้อมที่ประชาชนได้สัมผัสจากการปฏิบัติของเจ้าพนักงานรัฐ

การทุจริตคอร์รัปชั่นในประเทศนี้กระทำกันมายาวนานจนเข้าใจกันว่า อำนาจŽ กับ หน้าที่Ž เป็นบ่อเกิดแห่งความมั่งคั่งโดยชอบ

แนวคิดนี้ลุกลามกว้างขวางจากภาคราชการ สู่รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน

ยกตัวอย่าง หน่วยงานกึ่งของรัฐ เช่น

เอโอที ที่เป็น บมจ. กระทรวงการคลังถือหุ้น 70 เปอร์เซ็นต์

เอโอที มีแหล่งที่มาของรายได้มหาศาล จากรายได้ค่าหัวผู้โดยสารเครื่องบิน รายได้จากสายการบิน และรายได้จากการให้เช่าพื้นที่ทำกิจการค้าตามท่าอากาศยาน

กล่าวเฉพาะ รายได้Ž จากร้านค้าที่ท่าอากาศยานดอนเมืองที่เดียว มีร้านค้ากว่า 100 แห่ง ได้จากผู้โดยสารและจากสายการบิน รวมกันในปี 2557 ปาเข้าไปถึง 2,000 ล้านบาท

แค่สนามบินเดียวนะ น้อยไหมละ

ไปเดินดูเมื่อวันก่อนให้สงสัยว่า ทำไมสภาพพื้นที่ค้าขายของสนามบินดอนเมืองจึงดูเหมือนตลาดนัดข้างถนน ไม่สมกับ

ท่าอากาศยานŽ ประสิทธิภาพการบริหารจัดการ การจัดซื้อจัดจ้าง เป็นปกติดีอยู่หรือไม่

นั่นน่าจะเป็นงานของ ฝ่ายการพาณิชย์Ž !

กระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่น่าจะกำกับดูแลการจัดระเบียบ การจัดเก็บค่าเช่า และผลประโยชน์ตอบแทนที่เข้มข้น

กรรมการผู้จัดใหญ่นั้นมาจากการ สรรหาŽ ส่วนตำแหน่งรองลงมา ตลอดจนคนที่คุมสายงานหลักๆ เป็น พนักงานประจำŽ

แล้วถ้า พนักงานประจำŽ ช่ำชองยุทธ์หยั่งรากลึกมีอิทธิพลบนพื้นที่พาณิชย์นั่นละ กรรมการผู้จัดใหญ่ท่านจะตามทันหรือ

ที่ยกตัวอย่างนี้ เป็นเหมือน พลุสัญญาณŽ แห่งความหวังดี ก่อนที่ คสช.Ž จะใช้นิ้วจิ้มลงไปใน เอโอทีŽ !?!!