พลันที่ พ.ร.บ.มาตรการกำกับและติดตามจับกุมผู้หลบหนีการปล่อยชั่วคราว โดยศาล พ.ศ.2560 ประกาศลงราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ และมีผลบังคับใช้
วันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ก็เดินหน้าขับเคลื่อนการทำงานของศาลตาม พ.ร.บ.ดังกล่าวทันที โดยเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จัดประชุมร่วมกับผู้พิพากษาหัวหน้าศาลชั้นต้น 261 ศาลทั่วประเทศ ผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เกี่ยวกับระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) ว่าด้วยเรื่องคุณสมบัติต้องห้าม การแต่งตั้ง และการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว การจ่ายค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว และค่าพาหนะแก่ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่ยากไร้ เงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับและเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ ผู้จับ ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่หลบหนี ตาม พ.ร.บ.มาตรการกำกับและติดตามจับกุมผู้หลบหนีการปล่อยชั่วคราว
พ.ร.บ.ดังกล่าว มีสาระสำคัญ ดังนี้ 1.เรื่องค่าพาหนะแก่ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่ยากไร้ จะกำหนดว่าผู้ถูกปล่อยชั่วคราวหากเป็นผู้ยากไร้ ไม่มีค่าพาหนะสำหรับการเดินทางไปศาล หรือปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนด มีสิทธิขอรับค่าพาหนะตามหลักเกณฑ์ ดังนี้
กรณีผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่ยากไร้ ที่มีที่พักอาศัยอยู่ในเขตอำนาจศาลจังหวัดเดียวกับสถานที่ที่ศาลกำหนดให้ไปปฏิบัติตามเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวกำหนดค่าพาหนะ ไม่เกินครั้งละ 300 บาท
กรณีมีที่พักอยู่นอกเขตอำนาจศาล ให้กำหนดค่าพาหนะไม่เกินครั้งละ 500 บาท ในการกำหนดค่าพาหนะนั้น หากศาลเห็นว่ามีเหตุจำเป็นอย่างยิ่ง ศาลมีอำนาจกำหนดค่าพาหนะสูงกว่าอัตราที่กำหนดก็ได้ โดยผู้ถูกปล่อยชั่วคราวจะต้องยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นที่ออกหมายปล่อย
2.เรื่องผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว ซึ่งจะต้องเป็นบุคคลซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากศาลให้เป็นผู้สอดส่องดูแลรับรายงานตัวหรือให้คำปรึกษาผู้ถูกปล่อยชั่วคราวเพื่อป้องกันการหลบหนีหรือภัยอันตราย โดยมีหน้าที่สอดส่องดูแล รับรายงานตัวผู้ถูกปล่อยชั่วคราว และให้คำปรึกษา โดยผู้กำกับดูแลต้องกำชับตักเตือน และคอยสอดส่องพฤติกรรมของผู้ถูกปล่อยชั่วคราวว่าปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาลหรือไม่ ซึ่งหากพบพฤติกรรมอันสงสัยว่าผู้ถูกปล่อยชั่วคราว ผิดเงื่อนไข จะต้องรายงานศาลโดยเร็ว
สำหรับค่าตอบแทนของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว กำหนดไว้ว่า ผู้กำกับดูเเลในการรับรายงานตัวผู้ถูกปล่อยชั่วคราวตามกำหนดนัดแทนศาล ให้ค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 2,000 บาท และไม่เกิน 5,000 บาท
ในกรณีผู้กำกับดูแลมีหน้าที่ในการสอดส่องดูแล ให้กำหนดค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 2,000 บาท และไม่เกิน 10,000 บาท เเละกรณีผู้กำกับดูแลมีหน้าที่ในการให้คำปรึกษา ให้กำหนดค่าตอบแทนเป็นรายครั้ง ที่ให้คำปรึกษาครั้งละ 2,000 บาท รวมแล้วไม่เกิน 30,000 บาท โดยการกำหนดค่าตอบแทนให้คำนึงถึงลักษณะความยากง่ายของภารกิจ ตลอดจนระยะเวลาที่ต้องดำเนินการประกอบ
นอกจากนี้ พ.ร.บ.ฉบับนี้ ยังระบุถึงเรื่องเงินสินบนผู้เเจ้งความนำจับผู้ที่ถูกปล่อยชั่วคราวหลบหนี โดยเงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับ และเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ผู้จับผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่หลบหนี เมื่อจับกุมตัวส่งตัวต่อศาลแล้ว ให้ผู้แจ้งความนำจับหรือเจ้าหน้าที่ผู้จับยื่นคำร้องต่อศาลภายใน 30 วัน นับแต่วันส่งตัวจำเลยต่อศาล
ทั้งนี้ ผู้ร้องต้องแสดงหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่าตนเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินดังกล่าว โดยกำหนดเงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับไม่เกิน 20,000 บาท และกำหนดเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ผู้จับไม่เกิน ร้อยละ 50 ของวงเงินประกันตัวตามที่ศาลกำหนด หรือตามบัญชีมาตรฐานกลางหลักประกันการปล่อยชั่วคราว แต่ต้องไม่เกิน 100,000 บาท ส่วนกรณีที่จำเลยที่หลบหนี ได้รับการปล่อยชั่วคราวโดยศาลไม่ได้กำหนดวงเงินประกันตัว ให้กำหนดเงินรางวัลไม่เกิน 100,000 บาท
หลังจากประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ศาลทั่วประเทศเเล้ว เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ยังร่วมลงนามการในบันทึกความร่วมมือ (เอ็มโอยู)
ระหว่างสำนักงานศาลยุติธรรมและกรมการปกครอง ว่าด้วยความร่วมมือเพื่อการประสานงานระหว่างศาลยุติธรรมกับฝ่ายปกครอง (กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน) ในโครงการพัฒนาระบบประเมินความเสี่ยงและการกำกับดูแลในชั้นปล่อยชั่วคราวของศาลยุติธรรม ระหว่างสำนักงานศาลยุติธรรมกับกรมการปกครอง โดยมี ร.ต.ท.อาทิตย์ บุญญะโสภัต อธิบดีกรมการปกครอง ร่วมลงนาม
นายสราวุธอธิบายรายละเอียดถึงความร่วมมือนี้ว่า ศาลยุติธรรมจัดทำโครงการพัฒนาระบบประเมินความเสี่ยงและการกำกับดูแลในชั้นปล่อยชั่วคราว โดยมุ่งปฏิรูประบบการปล่อยชั่วคราว เปลี่ยนเป็นการปล่อยชั่วคราวที่ไม่ต้องใช้เงินหรือหลักทรัพย์ เเต่ให้อิงตามหลักการประเมินความเสี่ยงที่เป็นหลักวิชาการ ศาลจะรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากผู้ต้องหาหรือจำเลย จากฐานข้อมูลและบุคคลที่เชื่อถือได้ โดยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่อยู่ใกล้ชิดและน่าจะทราบพฤติกรรมของผู้ต้องหาหรือจำเลยที่เป็นลูกบ้าน ทั้งยังเป็นคนกลางที่น่าเชื่อถือ
ทั้งนี้ ศาลจะพิจารณาตั้งผู้กำกับดูเเลเป็นรายคดีไป เช่น ในคดีที่ศาลปล่อยตัวชั่วคราวแล้วเห็นว่าผู้ที่ได้รับการปล่อยชั่วคราวจะต้องมารายงานตัวหรือต้องมีผู้กำกับดูแล ศาลจะมีคำสั่งแต่งตั้งผู้กำกับดูเเลขึ้นมา ตรงนี้เมื่อเราทำความร่วมมือกันแล้ว ศาลอาจจะแต่งตั้งกำนันหรือผู้ใหญ่บ้านก็ได้ โดยอาจพิจารณาจากผู้ที่รับการปล่อยชั่วคราวมีถิ่นพักอาศัยอยู่ในหมู่บ้านหรือตำบลใด ก็อาจให้มีผู้ใหญ่บ้านหรือกำนันในถิ่นพำนักนั้นเป็นผู้รับรายงานตัวหรือเป็นผู้กำกับดูแล โดยศาลจะมีคำสั่งตั้งผู้นั้นเป็นผู้กำกับดูแลและจะมีค่าตอบแทนให้
ต่อไปการมารายงานตัวของผู้ถูกปล่อยชั่วคราวจะกำหนดให้ไปรายงานตัวต่อกำนัน หรือผู้ใหญ่บ้าน ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้กำกับดูแลแทนที่จะต้องมารายงานตัวต่อศาล เป็นการช่วยลดภาระของผู้ถูกปล่อยชั่วคราว เพื่อความสะดวกและลดระยะเวลาในการเดินทาง
สมมุติว่าผู้ต้องหาอาศัยอยู่ใน อ.ทองผาภูมิ ทางศาลมีข้อมูลรายชื่อจากการลงนามความร่วมมือกับกรมการปกครอง จะประสานไปยังพื้นที่ว่า ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวอยู่ในพื้นที่ไหน กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน เป็นใคร เราจะโทรสอบถามว่ายินยอมรับเป็นผู้รับรายงานตัวหรือเป็นผู้กำกับดูแลหรือไม่ ถ้ายินยอมศาลจะมีคำสั่งเพื่อแจ้งถึงอำนาจหน้าที่ให้ทราบว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมแจกแจง
ผู้กำกับดูแลบุคคลเดียวสามารถทำได้หลายหน้าที่ ซึ่งค่าตอบแทนจะได้มากเพิ่มขึ้นตามหน้าที่ โดยหน้าที่ที่ได้รับตอบแทนสูงสุดคือหน้าที่ให้คำปรึกษา ตรงนี้เราจะให้ผู้มีวิชาชีพเฉพาะ เช่น นักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ เราจะมีรายชื่ออยู่จากกรมการปกครองให้ดูเเลในกรณีที่ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องจิต
ที่เราทำความร่วมมือเพื่อสร้างเครือข่าย ซึ่งกำนันผู้ใหญ่บ้านก็เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐอยู่แล้ว จึงเป็นช่องทางดำเนินการเรื่องนี้ให้ประสบความสำเร็จตาม พ.ร.บ.มาตรการกำกับและติดตามจับกุมผู้หลบหนีการปล่อยชั่วคราว เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมสรุป
นับเป็นอีกก้าวหนึ่งในการพัฒนากระบวนการยุติธรรม เพื่อช่วยเหลือผู้ต้องหาหรือจำเลย ซึ่งเป็นผู้ยากไร้ที่ได้รับการปล่อยชั่วคราว

