ยายถูกชิงทองทำใจ ไม่หวังได้คืนขอแค่จับมารับโทษ(ชมคลิป)

7.03.18 | 10:15 น.

กรณีเกิดเหตุคนร้ายสวมโม่งปิดบังใบหน้า ก่อเหตุทำร้ายร่างกาย ทุบศีรษะ นางมา เกษมสุข อายุ 84 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26 หมู่ 6 ซอยเทศบาล 6/1 ต.ศรีสงคราม อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม ก่อนชิงเอาทองรูปพรรณ รวมน้ำหนัก 7 บาท และเงินสด จำนวน 61,000 บาท ที่ติดตัวใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อ หลบหนีไป ขณะยายผู้เสียหายปั่นจักรยานสามล้อถีบ ออกกำลังกายรอไปทำบุญที่วัด บริเวณซอยหน้าบ้าน ช่วงเช้ามืดวันที่ 2 มีนาคม ภายหลังเกิดเหตุลูกชายพาเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.ศรีสงคราม ซึ่งอยู่ระหว่างการสอบสวนติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดี

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม  พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย พ.ต.อ.เสฏฐวุฒิ รอดจันทร์ ผกก.สืบสวนนครพนม พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ ศรีจันทร์ ผกก.สภ.ศรีสงคราม ได้ระดมกำลังตำรวจชุดสืบสวน ลงพื้นที่ ตรวจสอบเก็บหลักฐาน สอบสวนพยานเพิ่มเติม เบื้องต้นมุ่งประเด็นผู้ก่อเหตุเป็นคนในพื้นที่ เพราะรู้ความเคลื่อนไหวของยายผู้เสียหาย ตำรวจได้มีการสืบสวนนำตัวผู้ต้องสงสัย จำนวน 2 ราย มาสอบสวนเก็บหลักฐาน และตรวจดีเอ็นเอ เพื่อนำไปเทียบกับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ที่เก็บได้ในจุดเกิดเหตุ และตามร่างกายผู้เสียหาย ซึ่งต้องรอผลการตรวจพิสูจน์

นางมากล่าวว่า วันเกิดเหตุตื่นมาประมาณตี 5 และรอไปวัด เพื่อนบ้านยังไม่มีใครตื่น จึงปั่นรถสามล้อถีบออกกำลังกาย วนไปมา จากนั้นมีชายร่างสูงใหญ่ สวมหมวกปิดใบหน้า เดินทางด้านหลัง และพยายามล้วงเอากระเป๋าเงินที่ซ่อนไว้ในชายเสื้อ แต่ตนตกใจไม่กล้าร้อง ทีแรกนึกว่ามีคนมาแกล้ง จากนั้นรู้สึกว่าคนร้ายใช้ของแข็งทุบศีรษะ จนหมดสติล่วงกับพื้น พอรู้สึกตัวขึ้นมา พบว่ากระเป๋าเงิน และกล่องทอง หนัก 7 บาท เงินสด 61,000 บาท ที่สะสมไว้หลายปี ตามประสาคนแก่ ไม่ชอบเก็บไว้ที่บ้านกลัวหายติดตัวตลอดหายไป จึงช่วยตัวเองขึ้นรถ เข้าบ้าน เรียกลูกชาย พาไปหาหมอ ซึ่งศีรษะบวมปูด เพราะถูกตี ก่อนไปแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจ

ทั้งนี้ยอมรับว่าแปลกใจที่คนร้ายรู้ว่าตนมีเงิน ขนาดลูกชาย ลูกสาวยังไม่รู้ เคยเห็นแต่ทองที่นำมาใส่เวลาไปงานบุญ ส่วนเงินสะสมไว้จากเงินผู้สูงอายุ เดือนละ 800 บาท และได้เบี้ยคนพิการอีก 800 บาท รวมเดือนละ 1,600 บาท จึงเชื่อว่าต้องเป็นคนในพื้นที่เคยเห็นตนเก็บเงินใส่กระเป๋า และอาจมาแอบซุ่มดูก่อนลงมือ เพราะตนอยู่คนเดียว หลังเกิดเหตุทำใจแล้ว ไม่คิดจะได้คืน ถือว่าทำบุญทำทาน คงเป็นหนี้เขาชาติที่แล้ว ไม่กังวลใจ และไม่เครียด ไม่ตายหาใหม่ ทำบุญมากกว่านี้ยังเคยทำ แต่อยากให้ตำรวจจับมาลงโทษให้ได้ ไม่ให้ไปทำกับใครอีก ส่วนเงินทอง ไม่ได้คืนไม่เป็นไร ปล่อยให้คนทำรับกรรมไป

Advertisement