‘ฐิติราช’สั่ง ผบก.ป.แจ้งความ’ผบก.กาญจน์’ตาม ม.157 ยันไม่มีต่อรองเรื่องคดี จ่อหมายเรียกอีก 2

จากกรณีคดีลอตเตอรี่อลเวง 30 ล้านบาท ที่เป็นข้อพิพาทระหว่าง ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการตำรวจกับนายปรีชา ใคร่ครวญ ครูโรงเรียนเทพมงคลรังษี ต่างฝ่ายต่างแสดงความเป็นเจ้าของในสลากกินแบ่งรัฐบาลดังกล่าว กระทั่ง ผบช.ภ.7 แถลงว่าจากพยานหลักฐานแล้วลอตเตอรี่ที่ถูกรางวัลน่าจะเป็นของนายปรีชา และเตรียมแจ้งข้อหากับ ร.ต.ท.จรูญในข้อหายักยอกทรัพย์ที่ตกหายและรับของโจร กระทั่ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สั่งการให้โอนคดีมาให้กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เข้าไปดำเนินการเพื่อความโปร่งใส ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ป.ขออนุมัติหมายจับนายปรีชา และนางรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือเจ๊บ้าบิ่น แม่ค้าลอตเตอรี่ ฐานแจ้งข้อความเท็จต่อพนักงานสอบสวนเพื่อแกล้งให้บุคคลอื่นต้องรับโทษ รวม 4 ข้อหา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 173, 174 วรรคสอง และ 267 กระทั่งมีการจับกุมดำเนินคดี และส่งฝากขังศาลอาญา โดยศาลอนุญาตให้ประกันตัวไปตีราคาคนละ 100,000 บาทนั้น

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดี ว่า วันนี้เรียก พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการปราบปราม (ผบก.ป.) ให้ดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษ ให้ดำเนินคดี พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี (ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี) ช่วยราชการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) ส่วนพยานหลักฐานขณะนี้ค่อนข้างครบถ้วนในระดับหนึ่ง แต่ไม่ขอลงรายละเอียดมากนัก โดยจะต้องรวบรวมพยานหลักฐานในคดีแรกที่มีนายปรีชา ใคร่ครวญ ข้าราชการครู และพวกเป็นผู้ถูกกล่าวหาก่อน จึงจะดำเนินการกับ พล.ต.ต.สุทธิได้ ส่วนจะแจ้งข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ได้หรือไม่นั้น ขอรวบรวมพยานหลักฐานก่อน

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า เมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา พล.ต.ต.สุทธิเดินทางมาขอเข้าพบนั้น พล.ต.ท.ฐิติราชกล่าวว่า ยืนยันว่าไม่มีการเจรจาต่อรองในเรื่องคดีความ ซึ่ง พล.ต.ต.สุทธิย่อมรู้ดีว่านิสัยของตนนั้นไม่สามารถเจรจาต่อรองในเรื่องคดีได้ แต่ตนเรียกมาสอบถามในประเด็นที่พนักงานสอบสวนสงสัย โดย พล.ต.ต.สุทธิให้การที่เป็นประโยชน์ส่วนหนึ่ง

พล.ต.ท.ฐิติราชกล่าวต่อว่า ในส่วนการออกหมายจับผู้ต้องหาคดีนี้เพิ่มเติม ตำรวจแบ่งผู้ต้องหาคดีนี้ 3 กลุ่ม คือ ผู้ที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ผู้ที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ และกลุ่มที่เป็นกองเชียร์ ที่แสดงความคิดเห็นโดยกลุ่มแรกออกหมายจับไปแล้ว 2 ราย ส่วนกลุ่มที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ อยู่ระหว่างการพิจารณาออกหมายเรียก 2 คน เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนการทำงานของศาลมากจนเกินไป แต่ยังไม่สามารถระบุรายละเอียดได้ว่าทั้ง 2 คนดังกล่าวเป็นใคร เนื่องจากอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ส่วนกลุ่มที่เหลือ จะพิจารณาการใช้กฎหมาย ที่จะไม่ไปคุกคามกับการดำเนินชีวิตของประชาชน ส่วนคดีนี้จะมีคนบงการที่ใหญ่กว่านายปรีชา หรือนางรัตนาพรหรือไม่ อาจมีความเป็นไปได้ว่ามียี่ปั๊วหรือซาปั๊ว ที่ขายสลากกินแบ่งรัฐบาลให้ ทราบว่ามีผู้ถูกสลากกินแบ่งรัฐบาล จึงเข้ามามีส่วนร่วมกับกระบวนการนี้ จึงให้ชุดสืบสวนไปหาข้อมูลเพิ่มเติม

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้อพท.เร่งผลิตเกม 3 มิติบนมือถือ จูงใจวัยรุ่นเที่ยวแหล่งโบราณคดี
บทความถัดไปคนจริง ‘หมาก’ ท้าให้มาคุยตัวต่อตัว พวกชอบเมาธ์เลิก ‘คิม’