ศาลปกครอง ยกคำร้อง “ไทยทีวี” ขอคุ้มครองเบรกจ่าย1.6พันล้าน กสทช.

29.03.16 | 00:34 น.

เมื่อวันที่ 28 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 22มีนาคมที่ผ่านมา ศาลปกครองกลางมีคำสั่งยกคำขอให้กำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษา ในคดีที่บริษัทไทยทีวี จำกัด โดย นางพันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย หรือ ติ๋ม ทีวีพูล กรรมการผู้มีอำนาจ ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลประเภทช่องรายการข่าวและสาระ ได้มีคำขอให้ศาลกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราว ให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ผู้ถูกฟ้อง ระงับการดำเนินการใดๆ ในการเรียกเก็บชำระเงิน ตามหนังสือค้ำประกัน หรือแบงก์การันตีของธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) จำนวน 1,634 ล้านบาท จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งจนถึงที่สุด

ศาลได้พิจารณาคำฟ้องคำขอให้ศาลกำหนดวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาประกอบกับข้อเท็จจริงที่ได้ในชั้นไต่สวนและพยานต่างๆในสำนวนคดี รวมทั้งได้ตรวจพิจารณาบทกฎหมายและกฎที่สำคัญประกอบด้วยแล้ว

เห็นว่าคดีนี้ข้อเท็จจริงในชั้นนี้รับฟังได้ว่า กสทช.ได้มีหนังสือแจ้งให้บริษัท ไทยทีวีฯ นำเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่และค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการเพื่อให้บริการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลรายปีมาชำระภายใน 30 วัน แต่เมื่อครบกำหนดบริษัท ไทยทีวีฯ ไม่ได้นำเงินมาชำระ กสทช. ได้มีคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่และประกอบกิจการโทรทัศน์ และให้บริษัท ไทยทีวีฯ ชำระเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการเพื่อให้บริการโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิตอลรายปีและค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่รวม 3 ครั้ง รวมเป็นระยะเวลา 90 วันแต่เมื่อครบกำหนดตามคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตครั้งที่สาม บริษัท ไทยทีวีฯ ไม่ได้นำเงินมาชำระ กสทช.จึงได้มีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่และประกอบกิจการโทรทัศน์ทั้ง 2 ช่องรายการนับตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559 เป็นต้นไปโดยแจ้งให้บริษัท ไทยทีวีฯ ทราบตามหนังสือด่วนที่สุดลงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2559

ทั้งได้แจ้งไปในหนังสือฉบับเดียวกันว่าให้บริษัท ไทยทีวีฯ นำเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาตของงวดที่ 2 ถึงงวดที่ 6 และค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการรายปีประจำปี 2557 ประจำปี 2558 และประจำปี 2559 มาชำระภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง หากไม่ชำระ กสทช.จะใช้สิทธิเรียกให้ธนาคารกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) ชำระเงินตามหนังสือค้ำประกันในวันไต่สวนคำร้องเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษา

บริษัท ไทยทีวีฯ ให้ถ้อยคำว่าบริษัท ไทยทีวีฯ มีหนังสือแจ้งให้ธนาคารผู้ค้ำประกันระงับการจ่ายเงินตามหนังสือค้ำประกันไว้แล้ว ส่วน กสทช.ให้ถ้อยคำว่ายังมิได้เรียกให้ธนาคารชำระเงินตามหนังสือค้ำประกัน เห็นว่าการที่บริษัท ไทยทีวีฯ มีหนังสือแจ้งให้ธนาคารระงับการจ่ายเงินตามหนังสือค้ำประกันก็เนื่องมาจากเห็นว่ายังมีข้อต่อสู้ที่บริษัท ไทยทีวีฯ อาจไม่ต้องรับผิดเพราะไม่ได้เป็นฝ่ายผิดสัญญา เพื่อขอให้ธนาคารปฏิเสธการชำระเงินและข้อต่อสู้นี้ธนาคารย่อมยกขึ้นเป็นเหตุปฏิเสธการชำระหนี้แก่ กสทช.ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 694 ที่บัญญัติว่านอกจากข้อต่อสู้ซึ่งผู้ค้ำประกันมีต่อเจ้าหนี้นั้นท่านว่าผู้ค้ำประกัน ยังอาจยกข้อต่อสู้ทั้งหลายซึ่งลูกหนี้มีต่อเจ้าหนี้ขึ้นต่อสู้ได้ด้วย

Advertisement

กรณีจึงไม่มีเหตุอันสมควรเพียงพอที่ศาลจะพิจารณากำหนดมาตรการ หรือวิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษาตามคำขอของบริษัท ไทยทีวีฯ มาใช้ได้

จึงมีคำสั่งยกคำร้องกำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษาของผู้ฟ้องคดี